-
บทสัมภาษณ์คุณ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ (พี่เช็ค) พิธีกรและผู้ผลิตรายการ “ฅนค้นฅน”
May 25, 2009
“เราเชื่อว่าโลกนี้มันยังมีหลายสิ่งที่น่าจะถูกทำให้เห็น แต่ยังไม่มีใครไปทำตรงนั้น”
TCDCCONNECT จับเข่าคุยกับ “พี่เช็ค” แห่งทีวีบูรพา ครีเอทีฟรายการโทรทัศน์มือหนึ่ง ที่วันนี้ต้องควบถึงสามตำแหน่ง เป็นทั้งครีเอทีฟ พิธีกร และกรรมการผู้จัดการ ให้กับบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์แนวสร้างสรรค์สังคมที่เขาก่อตั้งขึ้น
แรงบันดาลใจที่ทำให้คุณเริ่มต้นบริษัททีวีบูรพา
น่าจะมาจากการที่เราอยากได้รับการยอมรับ อยากทำผลงานอะไรที่เป็นของเราเอง และมีบางสิ่งบางอย่างที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำที่สำคัญอีกข้อ เวลาที่คนอายุมากขึ้น มันก็ยิ่งมีของ อยากทำนู่นทำนี่ แต่สุดท้ายเมื่อต้องเจอกับเหตุผล ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราไม่ได้กำหนดกติกาเอง ถ้าเรายอม วันหนึ่งเราก็จะถูกกลืนเข้าไปในระบบ แล้วก็ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ไม่สามารถเป็นตัวเองของตัวเองได้
เคยไม่เชื่อในสิ่งที่ทำ?
ใช่ เหมือนทำไปเพราะความจำเป็นเรื่องการหาเลี้ยงชีพ แต่ความคิดในเชิงจิตวิญญาณมันไปด้วยกันไม่ได้เปลี่ยนแรงบันดาลใจเป็นผลงานสร้างสรรค์ได้อย่างไร
ไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจอย่างเดียว เราต้องรู้ความถนัด และรู้ถึงสิ่งที่เราทำได้ด้วย เริ่มจากจุดที่คิดว่าตัวเองพอจะทำอะไรได้ก่อน สิ่งที่ผมทำมาโดยตลอดก็คืองานที่เกี่ยวข้องกับคน เช่น ทอล์คโชว์ ก็เลยคิดว่าจะทำเรื่องคนนี่ล่ะ เพราะเชื่อว่าเรื่องคนสามารถที่จะถ่ายทอดเป็นแบบเรียนชีวิตให้แก่กันและกันได้ช่วงที่เริ่มทำรายการ “ฅนค้นฅน” เป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจพอดี ตอนนั้นผู้คนระส่ำระสายกันมาก เราก็คิดว่าถ้าเราทำรายการให้คนได้แง่คิด ได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับชีวิตในมิติที่ทำให้เขาเข้าใจภาวะปัญหาได้มากขึ้น ก็น่าจะเป็นประโยชน์
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำรายการดีๆ ให้สำเร็จเป็นจริง
เนื่องจากรายการโทรทัศน์ที่ผมทำเป็นรายการที่อยู่ในฟรีทีวี ฉะนั้นมันมีไม้บรรทัดมาวัดว่า รายการจะอยู่ได้หรือไม่ได้ อย่างพวกเรตติ้ง ยอดขายโฆษณา ฯลฯ ทำให้เราต้องแข่งขันอยู่ตลอด สิ่งเหล่านี้คือกติกาสำคัญที่เราปฏิเสธไม่ได้ ฉะนั้นในการทำงาน เราจะวัดคุณค่าจากความพอใจของเราคนเดียวไม่ได้ ต้องได้รับการยอมรับจากผู้ชม สถานี เอเจนซี่ หรือคนที่จะซื้อโฆษณาด้วยแต่ถึงกระนั้น เราก็ต้องรักษาสิ่งที่เราเชื่อเอาไว้ ไม่ได้สักแต่ทำเพื่อขาย หรือไปทำตามคนอื่น เราทำสิ่งที่คิดว่ามีคุณค่าให้เกิดประโยชน์ ทำให้เป็นจริงทุกอย่าง ทุกเหตุปัจจัย
ทำทั้งรายการทีวี ทั้งละครเวที ทั้งเขียนบท กำกับ ผลิตรายการ ฯลฯ คุณไปหาไอเดีย หรือแหล่งข้อมูลมาจากไหนมากมาย
ตอนที่ทำละครเวทีก็ทำไปตามบทบาทหน้าที่ แต่รายการโทรทัศน์ที่ทำส่วนใหญ่เป็นรายการเกี่ยวกับคน เกี่ยวกับข้อมูลความรู้ เพราะฉะนั้นต้นทุนที่สำคัญคือต้องรู้แหล่งข้อมูล ซึ่งอาจจะลำบากในระยะแรก แต่พอมีคนรู้จักเดี๋ยวข้อมูลก็จะมาเอง พอทำไปนานๆ เข้าก็จะชำนาญขึ้นที่สำคัญก่อนจะทำอะไร เราก็ต้องมีการเตรียมการ อย่างเราจะทำรายการ “ฅนค้นฅน” เราไม่ได้หาเคสอาทิตย์ต่ออาทิตย์ หรือทำแบบตำข้าวสารกรอกหม้อ แต่เรารู้ว่าปีหนึ่งมี 52 สัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งจะต้องมีหนึ่งคน หรือ 2 สัปดาห์ต่อคน ฉะนั้นอย่างน้อยเราต้องมี 50 คนที่น่าสนใจที่หาเตรียมไว้แล้ว กบนอกกะลาก็เหมือนกัน ต้องมีการสต็อกเรื่องไว้
ประทับใจเรื่องไหนใน “ฅนค้นฅน” มากที่สุด
ในฐานะคนทำงาน ผมประทับใจทุกเรื่อง แล้วแต่แง่มุมที่ต่างกันไป แต่รวมๆ ก็น่าจะเป็นตอนแรกสุดที่เรายังงงๆ อยู่ เพราะว่ามันท้าทาย ยังไม่รู้จะจัดการอย่างไร แต่เรื่องที่ทำให้รายการเป็นที่รู้จักมากๆ ก็คือเรื่อง “แม่ไม่ต้องร้องไห้” ที่เป็นเด็กขายปาท่องโก๋ แล้วก็เรื่อง “ปู่เย็น” ก็ประทับใจเหมือนกันทำไมถึงมั่นใจว่ารายการที่ทำจะไปได้ตั้งแต่ตอนแรก
จริงๆ แล้วไม่มั่นใจเลย ฉะนั้นเราจึงไม่ทำแบบประมาท แก้แล้วแก้อีก แล้วก็ไม่ได้ทำคนเดียว สมมติรายการเป็นเหมือนก้อนหิน ก็มีหลายคนช่วยกันแกะสลัก ช่วยกันวิจารณ์ เอาจนเต็มที่ของแต่ละคน เหมือนช่วยกันปรุงอาหารแล้วเอาไปให้คนชิม คือทำการทดสอบ ให้เจ้านายดู ปิดร้านเพื่อนเพื่อฉายให้คนดูแล้ววิจารณ์ก่อน จากนั้นก็นำเอาการประมวลผลเหล่านั้นมาปรับแก้ผมเชื่อว่าคนไม่ได้อยากกินเมนูเดียว แม้เรารู้ว่าถ้าทำแบบนี้จะขายดี แต่ต้องมีคนที่อยากกินอย่างอื่นบ้าง ดังนั้น ถ้าเราทำให้ดี ทำแล้วคนมองเห็น คนก็จะไปพูดต่อๆ กันเอง
คุณคิดว่าสังคมไทยต้องการอะไร เพื่อให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
คิดว่าน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของการเรียนรู้ และการทำความเข้าใจว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่เราคิดว่าจะทำให้ชีวิตเรามีความสุขไม่จำเป็นต้องตอบสนองความอยากได้มากขึ้นเรื่อยๆ อยากให้คนสามารถทำความเข้าใจ สามารถลด ละ ควบคุม หรือประนีประนอมได้ ถ้าสามารถเข้าใจตรงนี้ได้ก็จะทำให้ชีวิตของคนเป็นสุขได้ โดยไม่สร้างผลกระทบที่ไม่ดีต่อคนอื่นฝ่าฟันอุปสรรคสำคัญในการทำงานอย่างไร
อุปสรรคและปัญหามีอยู่ตลอด ทั้งเรื่องงาน เรื่องคน ฯลฯ เราต้องทำความเข้าใจว่าปัญหาเป็นของคู่กับการทำงาน เป็นเรื่องปกติ ถ้าจะไม่ให้มีปัญหาก็ต้องไม่ทำอะไร ปัญหามีมาเพื่อให้เราได้ใช้สติปัญญา ใช้ความสามารถเข้าไปแก้ คิดอย่างนี้เราจะไม่รู้สึกแย่กับปัญหาถ้ามีปัญหาที่แก้ไม่ได้ เราก็ปล่อยวางไปก่อน หรือพยายามไปเรื่อยๆ มันก็จะแก้ได้ ถ้าวันนี้แก้ไม่ได้ พรุ่งนี้ก็อาจจะได้ แก้คนเดียวไม่ได้ หลายคนก็อาจจะมีทาง สุดท้ายถ้าแก้ไม่ได้จริงๆ อย่างเราไปเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ ยังไงเขาก็เป็นของเขาอย่างนั้น เราก็แก้ที่ความเข้าใจของเรา ถ้าแก้ภายนอกไม่ได้ เราก็ต้องแก้ที่ตัวเราเอง
ในความเห็นของคุณ วงการโทรทัศน์ไทยดีแล้วหรือยัง
แต่ละคนมีความเห็นต่อคำว่า “ดี” หรือ “เหมาะสม” ไม่เหมือนกัน เพราะเราคาดหวังต่างกัน ถือไม้บรรทัดคนละอัน ถ้าถามผม ผมว่ายังไม่เหมาะสม แต่ที่มีอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้เลว ผมให้คุณค่ากับความหลากหลาย เหมือนอย่างในระบบนิเวศหรือสิ่งแวดล้อมที่ต้องมีความหลากหลาย คนเรากินอาหารก็อยากมีเมนูให้เลือกหลากหลาย แต่ในความหลากหลายในปัจจุบันนี้ก็มีบางอย่างที่มากเกินไป มีบางอย่างที่น้อยเกินไป และมีบางอย่างที่ไม่มีเลย ซึ่งบางอย่างที่ยังไม่มีก็น่าจะได้รับการส่งเสริม เพื่อที่จะบาลานซ์กัน ไม่อย่างนั้นแนวโน้มก็จะเป็นอะไรที่ขายดีก็มีเยอะ ซึ่งมันอาจจะเป็นยาบ้าก็ได้ เป็นเหล้าก็ได้ เป็นสิ่งที่กินแล้วอ้วนก็ได้ฮีโร่ในดวงใจ
เนื่องจากผมทำงานกับคน เรียนจิตวิทยา และถูกสอนมาตลอดว่า คนเรามีทั้งด้านมืด ด้านสว่าง มีทั้งดี ทั้งเลว มีข้อดี ข้อด้อยในตัวทุกคน เพราะฉะนั้นไม่มีใครเพอร์เฟ็ค ต้องมองเป็นเรื่องๆ ไป ถ้าพูดถึงฮีโร่สำหรับผมคงไม่ใช่คน น่าจะเป็นสิ่งหรือภาวะหรือผลงานของเขามากกว่าถ้าไม่ทำรายการโทรทัศน์แล้ว คุณอยากจะทำอะไร
อยากทำอาหาร หรือไม่ก็ทำเกษตรอินทรีย์ อยากทำงานชุมชน ทำงานกับชาวบ้านครับ
ตอนนี้ประเด็นที่คนกำลังพูดถึงกันมากคือ ที่ผ่านมาประเทศเราสร้างเจดีย์จากยอด ละเลยฐานเจดีย์ซึ่งก็คือชุมชนต่างๆ ตอนนี้คนไม่มีความสุขก็เพราะฐานเจดีย์ไม่เข้มแข็ง ฉะนั้น ถ้าผมมีส่วนทำให้ชุมชนซึ่งเป็นฐานสำคัญของประเทศชาติเข้มแข็งขึ้น ก็เท่ากับผมได้ทำงานให้ประเทศชาติเข้มแข็ง ยั่งยืน มีสันติสุขฝากอะไรถึงคนทำงานรุ่นใหม่
อยากให้คนรุ่นใหม่มาทดแทนไล่หลังคนรุ่นเดิม เพราะเราต้องการนวัตกรรมใหม่ๆ ผมเป็นคนที่มาชั่วคราว ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ แต่คนรุ่นใหม่ต้องเข้ามาต่อยอด สิ่งที่อยู่บนบ่าคนรุ่นใหม่ก็คือ ความคาดหวังของคนรุ่นเก่าหรือของประเทศชาติ แต่คนรุ่นใหม่มักจะมองไม่เห็นถึงภาระ หรือความคาดหวังที่ตัวเองต้องรับผิดชอบนั้น และมักจะมีพฤติกรรมเลียนแบบหรือเอาตามอย่างกันจริงอยู่ที่พัฒนานั้นคนเราต้องรู้จักเลียนแบบก่อน แต่พอถึงจุดหนึ่งก็ต้องแตกออกมา ต้องต่อยอดหรือทำอะไรให้งอกเงยขึ้น ตรงนี้คือภาระหรือความคาดหวังที่ผมอยากฝากต่อคนรุ่นใหม่ครับ
จับประเด็นเด่น
- แรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์เกิดจากการตอบสนองความต้องการเชิงจิตวิญญาณ บวกกับทักษะความชำนาญ และความถนัด
- ความมั่นใจในคุณภาพผลงานได้จากการค้นคว้าวิจัย หมั่นทดสอบผลงานนั้นๆ และนำมาปรับแก้จนกว่าจะเป็นที่พอใจ
- วิธีจัดการกับปัญหาคือการมองว่าปัญหาเป็นเรื่องปกติ แล้วใช้สติปัญญาความสามารถเข้าไปแก้ หากแก้ที่คนอื่นไม่ได้ ก็ให้แก้ที่ความเข้าใจของเราเอง
- การนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ควรเน้นที่ความหลากหลาย ให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกโดยไม่ตามใจตลาดเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่จะทำให้อยู่รอดได้ด้วย
0 Like
|
0 Dislike
Post by: ChatcharaponCategory: InterviewComment: No >>
Tags: Broadcasting, Interview-old, technology, TV-producer-
บทสัมภาษณ์ MATATABI และ “ก้าวชีวิต” ของ 2 แมวคู่คิดนักเดินทาง
-
คุยกับ Dr. Yoshiro Nakamatsu ยอดนักประดิษฐ์ชาวญี่ปุ่น เจ้าของสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์กว่า 3,000 ชิ้น
-
บทสัมภาษณ์ ประภาส ชลศรานนท์ หลังงาน Creativities Unfold, Bangkok 2008
-
มุมมองที่น่าเรียนรู้ จากคุณณัทธร รักษ์ชนะ (คุณเอก) ผู้ร่วมก่อตั้ง KARMAKAMET
-
คุยกับทองดี ศรีกุลศศิธร ผู้บริหารบริษัท Panorama Soy Ink กับการคิดค้นสูตรหมึกพิมพ์และผงสีจากธรรมชาติ

-
- - TIDA SALONE 2012 : อินทีเรียร์ดีไซน์ กับ ธุรกิจไทยไซส์จิ๋ว (9)
- - Korean Evolution Unbounded (6)
- - Change for the Better : โฉมใหม่ไฉไลกว่า (6)
- - The Other Creative Jobs : คน(ไม่)สำคัญในโลกครีเอทีฟ (4)
- - Reality Dream Business : เจาะลึก 6 ธุรกิจในฝันแห่งทศวรรษ (7)
- - Hearty Business. Better Society. ธุรกิจรูปหัวใจ ไปด้วยกัน ไปได้ไกล (5)
- - Northern Creative สาระสร้างสรรค์จากเมืองเหนือ (6)
- - Business & Gut Feeling : ธุรกิจระบบ “สัมผัส” (4)
- - Design. Brand. Business. ตอบโจทย์เรื่องของแบรนด์ การออกแบบ และธุรกิจ (4)
- - Creativity + Knowhow = WOW Product : รวมเรื่องเล่าจากโครงการจับคู่ธุรกิจ (7)
Architecture
Art
Artist
Book
Branding
business
business matching
Community
contest&award
Craft
creative
creative-city
creative-economy
creative-society
Creative Business
Creativities-Unfold-2011
creativity
culture
Design
Designer
Design Icon
Education
event
exhibition
fair
fashion
Food
furniture
Green
innovation
inspiration
Local-wisdom
marketing
music
product
product-design
Product development
Project
seminar
SME
Strategy
technology
textile
Trend
workshop

























Leave a Reply