Art & Design Fair and Market : Art a la Carte at O.P. Garden

Maduzi Hotel Art Fair : มาดูซิโฮเต็ลอาร์ตแฟร์

HKTDC Hong Kong Gifts & Premium Fair

TIFF 2013 (Thailand Internationl Furniture Fair 2013)

BIFF & BIL 2013

Architecture Art Artist Book Branding business business matching Community contest&award Craft creative creative-city creative-economy creative-society Creative Business Creativities-Unfold-2011 creativity culture Design Designer Design Icon Education event exhibition fair fashion Food furniture Green innovation inspiration Local-wisdom marketing music product product-design Product development Project seminar SME Strategy technology textile Trend workshop

รวมเรื่องราว (บทความ) ของ นิทรรศการปกติศิลป์ (ART Normal) ที่(ไม่)ปกติศิลป์

รวมบทความ Creative Space Workshop จาก Creativities Unfold, Bangkok 2011 (CU 2011)



10 กลยุทธ์เด็ดเพื่อดีไซน์สีเขียว

December 29, 2011

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม 

Thailand, Sinking: Parts of Bangkok Could be Underwater in 2030” พาดหัวข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในเวลาอีกเพียงไม่ถึง 20 ปีนี้ อาจฟังคล้ายถ้อยคำโฆษณาหนังภัยธรรมชาติจากฮอลลีวู้ดมากกว่า แม้จะมีทั้งคนที่เชื่อ ไม่เชื่อ และไม่แน่ใจว่า กรุงเทพฯ จะจมอยู่ใต้น้ำตามข่าวจริงหรือไม่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นสร้างความเสียหายให้กับเราอย่างประเมินค่ามิได้

ที่น่าเศร้าคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา การรณรงค์เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตดูจะเป็นการแก้ไขปัญหาด้วย “ลมปาก” มากกว่า ดังนั้น ถ้าคุณเป็นนักออกแบบ นอกจากคุณจะช่วยโลกด้วยการใช้ถุงผ้า ขึ้นรถไฟฟ้าแทนรถส่วนตัว เปิดแอร์ 25 องศา ฯลฯ แล้ว คุณยังสามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม “เชิงรุก” ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ได้รวบรวมหลักเกณฑ์การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว นักออกแบบและเจ้าของสินค้ายังสามารถติดตราฉลาก (หรืออาจระบุเป็นข้อความ สัญลักษณ์ ฯลฯ) เพื่อแสดงว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบจากบุคคลที่ 3 (ช่วยให้ประหยัดทั้งงบประมาณและเวลาในกระบวนการการผลิตและตรวจสอบ)

ประเด็นที่นักออกแบบต้องคำนึงถึงมีดังต่อไปนี้



1. นำไปหมักทำปุ๋ยและย่อยสลายได้ (Compostable and Degradable) ใช้วัสดุจากธรรมชาติดีกว่าวัสดุสังเคราะห์ เพราะวัสดุจากธรรมชาติสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้น ทุกครั้งที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ก่อนจะนึกถึงวัสดุจำพวกโฟมหรือพลาสติก ลองนึกถึง กาบหมาก กระดาษใยกล้วย หรือ ไบโอโฟม ดู

2. ง่ายต่อการแยกชิ้นส่วน (Design for Disassembly) ผลิตภัณฑ์ที่แยกชิ้นส่วนได้ง่ายจะช่วยประหยัดค่ากล่องและค่าขนส่ง อีกทั้งเมื่อทิ้งเป็นขยะก็ยังใช้เนื้อที่และพลังงานในการแยกและนำไปแปรรูป/กำจัดน้อยกว่าด้วย ดังนั้น หากคุณออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ “ถอด-ประกอบ” ได้ ก็เท่ากับคุณได้ช่วยยืดอายุของโลกใบนี้อีกแรงหนึ่ง (ปัจจุบันใช่ว่าจะมีแต่ IKEA เท่านั้นที่เป็นผู้นำสินค้าประเภทถอด-ประกอบ แต่ Quickbar คิออสแบบถอดประกอบได้ฝีมือคนไทยก็เป็นตัวอย่างที่น่าศึกษาไม่แพ้กัน)

3. มีอายุการใช้งานยาวนาน (Extended Life Product) ของที่ใช้ทนย่อมสร้างขยะน้อยกว่าของที่ใช้ไม่กี่ครั้งแล้วก็ต้องทิ้ง ทั้งๆ ที่ปริมาณพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตสินค้านั้นใกล้เคียงกัน แม้ว่าวัสดุต้นทุนต่ำ (ซึ่งมักใช้ไม่ทน) จะทำให้สินค้ามีราคาถูกกว่า แต่เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานที่สั้นก็เท่ากับว่าสินค้านั้นราคาไม่ถูกจริง (อย่างเช่น เสื้อผ้า Primark) นักออกแบบจึงควรเลือกใช้วัสดุที่มีอายุการใช้งานนานเพื่อลดปริมาณขยะ แล้วหาวิธีประหยัดต้นทุนด้วยวิธีอื่นจะดีกว่า 

4. สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตพลังงาน (Recovered Energy) วัสดุเหลือใช้หลายประเภท อาทิ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (พวกไม้ฟืน แกลบ ขี้เลื่อย ชานอ้อย ฯลฯ) สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตพลังงานความร้อนและนำไปปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าได้ ดังนั้น วัสดุดังกล่าวจึงมีประโยชน์ในการนำมาเป็นพลังงานหมุนเวียนมากกว่าวัสดุสังเคราะห์

5. สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Recyclable) หรือ มีส่วนผสมของวัสดุแปรใช้ใหม่ (Recycle Content) ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต้องสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือมีส่วนผสมของวัสดุที่นำไปรีไซเคิลได้ง่ายอาทิเช่น PET HDPE โลหะ กระดาษแข็ง ฉะนั้น ในกระบวนการออกแบบ นอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามแล้ว นักออกแบบน่าจะตั้งเงื่อนไขในการเลือกใช้วัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อมไว้ด้วยเสมอ

6. ลดการใช้พลังงาน (Reduced Energy Consumption) ศตวรรษนี้ นอกจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ในกระบวนการผลิตสินค้าเหล่านั้นเองก็ต้องประหยัดพลังงานด้วยเช่นกัน สิ่งที่นักออกแบบมีส่วนช่วยได้คือ เลือกใช้วัสดุรีไซเคิล ลดความหลากหลายของวัสดุ ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่าหนึ่งอย่าง หลีกเลี่ยงวัสดุเป็นพิษ ใช้กาวละลายน้ำได้ ฯลฯ     

7. ลดการใช้ทรัพยากร (Reduced Resource User) งานออกแบบที่ “ดี” ต้องตอบสนองทั้งในแง่ประโยชน์การใช้สอยและมีความสวยงามน่าใช้ แต่งานออกแบบที่ “ดีพร้อม” คือ งานที่ใช้ทรัพยากรในการผลิตน้อยที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังแสดงถึง “กึ๋น” ของนักออกแบบอีกด้วยว่า ภายใต้เงื่อนไขทางการออกแบบที่จำกัด เราจะออกแบบให้งานยังคงตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างไร

8. ลดการใช้น้ำ (Reduced Water Consumption) น้ำ คือ ทรัพยากรอันเป็นต้นเหตุของสงครามในหลายยุคสมัย หากนักออกแบบสามารถออกแบบให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ใช้น้ำน้อยที่สุด ทั้งในกระบวนการผลิต กระบวนการรีไซเคิล หรือเป็นการออกแบบเพื่อการประหยัดน้ำ (เช่น บ้านพักอาศัยประหยัดน้ำ สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ เครื่องซักผ้าแบบใช้น้ำน้อย ฯลฯ) ก็จะช่วยประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายได้มาก

9. ใช้ซ้ำและเติมใหม่ได้ (Reusable and Refillable) ผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลย่อมช่วยประหยัดพลังงานและลดปริมาณขยะได้มากกว่าการซื้อของใหม่ นอกเหนือจากแชมพู สบู่เหลว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และเครื่องสำอางบางประเภทแล้ว (อาทิ แป้งเพรสพาวเดอร์) หากผู้ใช้ผู้มีใจรักษ์สิ่งแวดล้อมได้เห็นผลิตภัณฑ์รีฟิลประเภทอื่นๆ อีก (ลิปสติก? น้ำหอม?) นั่นก็น่าจะเป็นข่าวดี นอกจากนี้ หากบรรจุภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้ผู้ผลิตสามารถ “เติมสินค้าลงไปใหม่” ได้อย่างสะดวก นั่นก็จะยิ่งดีมาก  

10.ลดของเสีย (Waste Reduction) การเลือกใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ นำมารีไซเคิลได้ ไม่เป็นพิษ ฯลฯ จะช่วยลดปริมาณของเสียได้ นอกจากนี้ การติดฉลากบอกวิธีการกำจัดขยะที่เหมาะสมให้ผู้บริโภคก็จะช่วยลดของเสียได้ด้วยเช่นกัน

แม้การรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงจะไม่ใช่เรื่อง (มัก) ง่ายเพียงแค่การใช้ถุงผ้า แต่ก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือและทำเท่าที่ทำได้ เริ่มจากนักออกแบบ ผู้ผลิต ไปจนถึงผู้บริโภค หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ลูกหลานของเราก็จะมีโลกสีเขียวให้พึ่งพาอาศัยไปตราบนานเท่านาน  

ข้อมูลเพิ่มเติม:
http://www.thaigdn.net/
http://www.itsnoteasybeinggreen.net/
http://www.ecoshop.in.th/?/story/
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php

เครดิตภาพ:
www.materialconnexion.com/th
http://img.wendmag.com/uploads/2010/01/Recycling-Recyclable-materials-are-baled.jpg
http://blog.crucialvacuum.com/wp-content/uploads/2010/03/recycle.jpg http://recyclecontainersss.com/wp-content/uploads/2011/08/Recyclable-Materials.jpg http://media.photobucket.com/image.jpg http://www.osotho.com/upload/cms_orsortor/library.jpg
http://www.iurban.in.th/design/the-naked-chair/
http://www.guardian.co.uk/business/2008/jun/16/primark.child.labour
http://www.guardian.co.uk/business/marketforceslive/2010/feb/22/associatedbritishfoods
http://www.anguil.com/case-studies/energy-recovery/oxidizer-energy-recovery-options.aspx
http://www.ee43.com/photo/topic/179.html
http://www.green.in.th/blog/design/1165
http://www.hebna.com/blog/
http://www.tootoo.com/show/pro_photo.php?pid=1809840
http://jcwings.blogspot.com/2010/08/blog-post_17.html
http://webecoist.momtastic.com/2009/05/29/32-amazing-examples-of-recycled-furniture-art/
http://www.forfur.com/blog/detail/404/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3
http://www.vcharkarn.com/varticle/43053

 

0 Like | 0 Dislike
Post by: ChatcharaponCategory: Articles, IdeasComment: No >>
Tags: ,

Leave a Reply