<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TCDCCONNECT BLOGS : Creative Space for Community</title>
	<atom:link href="http://article.tcdcconnect.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://article.tcdcconnect.com</link>
	<description>TCDCCONNECT เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารและความรู้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษาและผู้สนใจด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 May 2012 04:44:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>บ้านพักระดับไฮเอนด์แบบยั่งยืนจากไม้ไผ่ต้นทุนต่ำกับดีไซน์ที่ไม่ธรรมดา</title>
		<link>http://article.tcdcconnect.com/ideas/green-village-bal</link>
		<comments>http://article.tcdcconnect.com/ideas/green-village-bal#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 04:44:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sureerat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Ideas]]></category>
		<category><![CDATA[bali]]></category>
		<category><![CDATA[bamboo]]></category>
		<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Green]]></category>
		<category><![CDATA[luxury]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://article.tcdcconnect.com/?p=23711</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง: Tunyaporn Hongtong
 
 หลังจากประสบความสำเร็จกับ ‘กรีนสคูล’ (Green School) โรงเรียนที่มุ่งสอนนักเรียนให้มีความใกล้ชิดผูกพันกับธรรมชาติ John Hardy ก็หันมาเดินหน้ากับโปรเจ็กต์ใหม่ ‘กรีนวิลเลจ’ (Green Village) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับกรีนสคูล ในอูบุด บาหลี


กรีนวิลเลจ เป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ที่ถูกเน้นแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ทั้งในเรื่องการออกแบบที่ใช้ไม้ไผ่เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างถึง 98% และรูปแบบการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของผู้พักอาศัยที่จะใกล้ชิดและกลมกลืนกับธรรมชาติภายนอกมากที่สุด โดยสาเหตุที่ทีมนักออกแบบจาก Ibuku Bamboo Company ผู้ดูแลเรื่องการออกแบบและก่อสร้างทั้งหมด เลือกใช้ไม้ไผ่ ก็เป็นเพราะว่า ไม้ไผ่เป็นพันธุ์ไม้ที่สามารถปลูกและเก็บเกี่ยวนำมาใช้ได้ภายในเวลาเพียง 5 ปี ในขณะที่ไม้ชนิดอื่น อย่างไม้สักต้องใช้เวลาถึง 20 ปี นอกจากนั้น การปลูกป่าไผ่ก็ยังก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ อย่างระบบรากที่ซับซ้อนของต้นไผ่จะช่วยรักษาหน้าดินได้อย่างดี และใบสีเขียวที่หนาแน่นก็ช่วยดักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และกระตุ้นการเกิดฝน


อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคุณประโยชน์ของไม้ไผ่ ก็คือการที่ฮาร์ดี้นำเอาไผ่มาใช้ในการก่อสร้างบ้านหรูหราราคาแพงระยับ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินผืนงามติดแม่น้ำอายุง ซ้ำงานออกแบบตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ก็ยังทำจากไม้ไผ่หลากหลายชนิดที่สรรสร้างขึ้นมาจากฝีมืออันประณีตของช่างฝีมือชาวบาหลี เพราะนี่เองคือ อีกหนึ่งตัวอย่างของนิยามคำว่า ความหรูหราที่ยั่งยืน (Sustainable luxury) ของฮาร์ดี้ที่เหมือนจะเป็นการสื่อสารไปถึงผู้บริโภคกลายๆ ว่าบ้านพักระดับไฮเอนด์ก็อาจถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงามได้จากไม้ไผ่ที่มีราคาต้นทุนต่ำ และวิถีชีวิตอัน ‘หรูหรา’ ก็อาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำหรือบนเฟอร์นิเจอร์จากดีไซเนอร์ชื่อดังอีกต่อไป


เรียกว่าเป็นการมุ่งเข้าหาผู้บริโภคในกลุ่มด้านบนเพื่อให้หันมาสนใจเรื่องความยั่งยืน (ในรูปแบบที่หลายคนมักมองข้าม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #888888;">เรื่อง: Tunyaporn Hongtong<br />
 </span><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23734" title="Bamboo1" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo1.jpg" alt="" width="578" height="400" /></a><br />
 หลังจากประสบความสำเร็จกับ ‘กรีนสคูล’ (Green School) โรงเรียนที่มุ่งสอนนักเรียนให้มีความใกล้ชิดผูกพันกับธรรมชาติ John Hardy ก็หันมาเดินหน้ากับโปรเจ็กต์ใหม่ ‘กรีนวิลเลจ’ (Green Village) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับกรีนสคูล ในอูบุด บาหลี</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23735" title="Bamboo2" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo2.jpg" alt="" width="578" height="400" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">กรีนวิลเลจ เป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ที่ถูกเน้นแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ทั้งในเรื่องการออกแบบที่ใช้ไม้ไผ่เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างถึง 98% และรูปแบบการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของผู้พักอาศัยที่จะใกล้ชิดและกลมกลืนกับธรรมชาติภายนอกมากที่สุด โดยสาเหตุที่ทีมนักออกแบบจาก Ibuku Bamboo Company ผู้ดูแลเรื่องการออกแบบและก่อสร้างทั้งหมด เลือกใช้ไม้ไผ่ ก็เป็นเพราะว่า ไม้ไผ่เป็นพันธุ์ไม้ที่สามารถปลูกและเก็บเกี่ยวนำมาใช้ได้ภายในเวลาเพียง 5 ปี ในขณะที่ไม้ชนิดอื่น อย่างไม้สักต้องใช้เวลาถึง 20 ปี นอกจากนั้น การปลูกป่าไผ่ก็ยังก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ อย่างระบบรากที่ซับซ้อนของต้นไผ่จะช่วยรักษาหน้าดินได้อย่างดี และใบสีเขียวที่หนาแน่นก็ช่วยดักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และกระตุ้นการเกิดฝน</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23736" title="Bamboo3" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo3.jpg" alt="" width="578" height="400" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคุณประโยชน์ของไม้ไผ่ ก็คือการที่ฮาร์ดี้นำเอาไผ่มาใช้ในการก่อสร้างบ้านหรูหราราคาแพงระยับ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินผืนงามติดแม่น้ำอายุง ซ้ำงานออกแบบตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ก็ยังทำจากไม้ไผ่หลากหลายชนิดที่สรรสร้างขึ้นมาจากฝีมืออันประณีตของช่างฝีมือชาวบาหลี เพราะนี่เองคือ อีกหนึ่งตัวอย่างของนิยามคำว่า ความหรูหราที่ยั่งยืน (Sustainable luxury) ของฮาร์ดี้ที่เหมือนจะเป็นการสื่อสารไปถึงผู้บริโภคกลายๆ ว่าบ้านพักระดับไฮเอนด์ก็อาจถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงามได้จากไม้ไผ่ที่มีราคาต้นทุนต่ำ และวิถีชีวิตอัน ‘หรูหรา’ ก็อาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำหรือบนเฟอร์นิเจอร์จากดีไซเนอร์ชื่อดังอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23737" title="Bamboo4" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo4.jpg" alt="" width="578" height="400" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">เรียกว่าเป็นการมุ่งเข้าหาผู้บริโภคในกลุ่มด้านบนเพื่อให้หันมาสนใจเรื่องความยั่งยืน (ในรูปแบบที่หลายคนมักมองข้าม และมองความยั่งยืนอยู่ในแบบใดแบบหนึ่งตายตัว) ซึ่งหากผู้บริโภคกลุ่มนี้ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากเท่าไร มันก็น่าจะยิ่งผลักดันให้เกิดผลดีตามมาอีกไม่น้อย</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23738" title="Bamboo5" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Bamboo5.jpg" alt="" width="578" height="400" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #888888;">ที่มา: </span><a href="http://www.creativemove.me/architecture/green-village/"><span style="color: #888888;">http://www.creativemove.me/architecture/green-village/</span></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://article.tcdcconnect.com/ideas/green-village-bal/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Madrid Rio ดีไซน์เมืองใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน</title>
		<link>http://article.tcdcconnect.com/ideas/madrid-rio-green-city</link>
		<comments>http://article.tcdcconnect.com/ideas/madrid-rio-green-city#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 09:36:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Asira</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Ideas]]></category>
		<category><![CDATA[Green City]]></category>
		<category><![CDATA[Madrid]]></category>
		<category><![CDATA[Spain]]></category>
		<category><![CDATA[urban-planning]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://article.tcdcconnect.com/?p=23681</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง: อาศิรา พนาราม

เคยตั้งคำถามกับเมืองที่เราอยู่ไหมว่า มันถูกออกแบบมาเพื่อให้รถยนต์เป็นใหญ่ หรือเพื่อให้คนอยู่ง่ายกันแน่? จริงอยู่ว่าถนนเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาเมือง แต่จริงหรือที่ต้องเน้นความสำคัญ เฉพาะถนนรถวิ่งเท่านั้นและจริงหรือที่ว่าเมืองใหญ่อันแออัด ไม่อาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ เพราะหนาแน่นเกินเยียวยา
 


ไม่จริงหรอก มหานครของหลายประเทศในโลก ณ วันนี้ ได้คลี่คลายปัญหาประจำเมืองใหญ่ ด้วยเมืองดีไซน์ใหม่ที่วางเรื่องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชากรไว้นำหน้า อย่างบิ๊กโปรเจ็กต์ Madrid Rio ที่พลิกชีวิตใหม่ให้เมืองมาดริด โดยใช้พ้ืนที่เลียบ 2 ฝั่งแม่น้ำ Manzanares ซึ่งไหลผ่าน 6 เขตสำคัญเป็นใจกลางโปรเจ็กต์ แม่น้ำนี้เคยถูกบดบังด้วยทางด่วน และการจราจรติดขัดที่ก่อปัญหามากกว่าทัศนียภาพอันเลวร้าย เทศบาลเมืองมาดริดจึงคิดใหม่ ด้วยการขุดอุโมงค์ใต้ดินให้รถวิ่ง แล้วขอคืนพื้นที่ี่เลียบแม่น้ำ 43 กิโลเมตร ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวยาวเหยียดที่มีทั้งทางเดินเท้า ทางจักรยาน สนามเด็กเล่น พื้นที่ศิลปวัฒนธรรม และสันทนาการต่างๆ เชื่อมโยงการเดินทางสู่พื้นที่เศรษฐกิจด้วยระบบขนส่งมวลชนใหม่ ออกแบบสะพานข้ามแม่น้ำใหม่ให้สวยเฉียบ และอนุรักษ์สะพานเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้ ขุดลอกคูคลองบำบัดน้ำให้ใสสะอาด ออกแบบการใช้พื้นที่ใหม่อย่างครบวงจร เพื่อให้ชาวเมืองมาดริดได้อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีกับวิถีที่ยั่งยืน


มุมใหม่ในการพัฒนาเมืองแบบนี้ แม้ไม่ได้วางเรื่องเศรษฐกิจไว้เป็นเป้า แต่ผลพลอยได้ของการอาศัยอยู่ในเมืองอย่างมีความสุข ก็ช่วยยกระดับเมืองไปทุกด้านได้นั่นเอง
ที่มา: http://www.creativemove.me/architecture/madrid-rio/
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่อง: อาศิรา พนาราม</p>
<p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Madrid.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23698" title="Madrid" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Madrid.jpg" alt="" width="578" height="500" /></a></p>
<p><span style="color: #000000;">เคยตั้งคำถามกับเมืองที่เราอยู่ไหมว่า มันถูกออกแบบมาเพื่อให้รถยนต์เป็นใหญ่ หรือเพื่อให้คนอยู่ง่ายกันแน่? จริงอยู่ว่าถนนเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาเมือง แต่จริงหรือที่ต้องเน้นความสำคัญ เฉพาะถนนรถวิ่งเท่านั้นและจริงหรือที่ว่าเมืองใหญ่อันแออัด ไม่อาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ เพราะหนาแน่นเกินเยียวยา</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Madrid2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23699" title="Madrid2" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Madrid2.jpg" alt="" width="578" height="500" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ไม่จริงหรอก มหานครของหลายประเทศในโลก ณ วันนี้ ได้คลี่คลายปัญหาประจำเมืองใหญ่ ด้วยเมืองดีไซน์ใหม่ที่วางเรื่องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชากรไว้นำหน้า อย่างบิ๊กโปรเจ็กต์ Madrid Rio ที่พลิกชีวิตใหม่ให้เมืองมาดริด โดยใช้พ้ืนที่เลียบ 2 ฝั่งแม่น้ำ Manzanares ซึ่งไหลผ่าน 6 เขตสำคัญเป็นใจกลางโปรเจ็กต์ แม่น้ำนี้เคยถูกบดบังด้วยทางด่วน และการจราจรติดขัดที่ก่อปัญหามากกว่าทัศนียภาพอันเลวร้าย เทศบาลเมืองมาดริดจึงคิดใหม่ ด้วยการขุดอุโมงค์ใต้ดินให้รถวิ่ง แล้วขอคืนพื้นที่ี่เลียบแม่น้ำ 43 กิโลเมตร ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวยาวเหยียดที่มีทั้งทางเดินเท้า ทางจักรยาน สนามเด็กเล่น พื้นที่ศิลปวัฒนธรรม และสันทนาการต่างๆ เชื่อมโยงการเดินทางสู่พื้นที่เศรษฐกิจด้วยระบบขนส่งมวลชนใหม่ ออกแบบสะพานข้ามแม่น้ำใหม่ให้สวยเฉียบ และอนุรักษ์สะพานเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้ ขุดลอกคูคลองบำบัดน้ำให้ใสสะอาด ออกแบบการใช้พื้นที่ใหม่อย่างครบวงจร เพื่อให้ชาวเมืองมาดริดได้อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีกับวิถีที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Madrid31.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23701" title="Madrid3" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/Madrid31.jpg" alt="" width="578" height="500" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">มุมใหม่ในการพัฒนาเมืองแบบนี้ แม้ไม่ได้วางเรื่องเศรษฐกิจไว้เป็นเป้า แต่ผลพลอยได้ของการอาศัยอยู่ในเมืองอย่างมีความสุข ก็ช่วยยกระดับเมืองไปทุกด้านได้นั่นเอง</span></p>
<p><span style="color: #808080;">ที่มา: </span><a href="http://www.creativemove.me/architecture/madrid-rio/"><span style="color: #808080;">http://www.creativemove.me/architecture/madrid-rio/</span></a></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://article.tcdcconnect.com/ideas/madrid-rio-green-city/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>MAA Music and Art Apprentices Camp</title>
		<link>http://article.tcdcconnect.com/events/maa-music-and-art-apprentices-camp-may</link>
		<comments>http://article.tcdcconnect.com/events/maa-music-and-art-apprentices-camp-may#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 02:37:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sureerat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[music]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://article.tcdcconnect.com/?p=23645</guid>
		<description><![CDATA[
Moob Education by Moob ได้จัด กิจกรรมการศึกษาด้านดนตรีร่วมกับ Monteiro Music School ซึ่งก่อตั้งโดย Mr. Jeremy Monteiro (นักเปียโน Jazz ชาวสิงคโปร์ผู้มีชื่อเสียงในระดับสากล) ระหว่างวันที่ 10 &#8211; 29 ตุลาคม พ.ศ.2555 ณ ประเทศสิงคโปร์ (รวม 19 วัน)
MAA Music and Art Apprentices Camp ได้จัดกิจกรรมทางดนตรีและศิลปะร่วมสมัย ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง MOOB Education และ Monteiro Music School (Affiliated to London College of Music UK) สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่สนใจและต้องการสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ และเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีเพื่อการศึกษาต่อทางด้านดนตรีโดยตรงในอนาคตด้วย
MAA Camp จึงมุ่งเน้นการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนจากศิลปินชาวต่างชาติผู้มีประสบการณ์ระดับโลก ด้วยหลักสูตรที่ทันสมัยและเนื้อหาที่ครอบคลุมเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะทางดนตรีเเละเจตคติที่ถูกต้องในการเป็นศิลปินที่ดีโดยครอบคลุมวิชาต่างๆ โดยการเรียนการสอนทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ
นอกจากด้านวิชาการแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/music-and-art1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23659" title="art work for music and art" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/music-and-art1.jpg" alt="" width="432" height="820" /></a></p>
<p><span style="color: #000000;">Moob Education by Moob ได้จัด กิจกรรมการศึกษาด้านดนตรีร่วมกับ Monteiro Music School ซึ่งก่อตั้งโดย Mr. Jeremy Monteiro (นักเปียโน Jazz ชาวสิงคโปร์ผู้มีชื่อเสียงในระดับสากล) ระหว่างวันที่ 10 &#8211; 29 ตุลาคม พ.ศ.2555 ณ ประเทศสิงคโปร์ (รวม 19 วัน)</span></p>
<p><span style="color: #000000;">MAA Music and Art Apprentices Camp ได้จัดกิจกรรมทางดนตรีและศิลปะร่วมสมัย ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง MOOB Education และ Monteiro Music School (Affiliated to London College of Music UK) สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่สนใจและต้องการสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ และเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีเพื่อการศึกษาต่อทางด้านดนตรีโดยตรงในอนาคตด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">MAA Camp จึงมุ่งเน้นการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนจากศิลปินชาวต่างชาติผู้มีประสบการณ์ระดับโลก ด้วยหลักสูตรที่ทันสมัยและเนื้อหาที่ครอบคลุมเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะทางดนตรีเเละเจตคติที่ถูกต้องในการเป็นศิลปินที่ดีโดยครอบคลุมวิชาต่างๆ โดยการเรียนการสอนทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">นอกจากด้านวิชาการแล้ว MAA Camp ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายเช่น การชมการแสดงอุปรากร, คอนเสิร์ต, งานแสดงศิลปะและเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;">สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 086 975 5253 หรือ อีเมล </span><a href="mailto:contact@wearemoob.com"><span style="color: #000000;">contact@wearemoob.com</span></a></p>
<p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/application_-MAA-Music-and-Art-Apprentices-Camp.docx" target="_blank">ดาวโหลดใบสมัคร</a></p>
<p><a href="http://wearemoob.com/moobeducation.html" target="_blank"><span style="color: #000000;">ข้อมูลเพิ่มเติม</span></a></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
<p><span style="color: #888888;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://article.tcdcconnect.com/events/maa-music-and-art-apprentices-camp-may/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มหกรรมลานโพธิ์ ตอน &#8220;งานวัดลอยฟ้า&#8221;</title>
		<link>http://article.tcdcconnect.com/events/temple-in-the-cloud-2012</link>
		<comments>http://article.tcdcconnect.com/events/temple-in-the-cloud-2012#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 May 2012 04:59:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Natakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[งานวัดลอยฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมลานโพธิ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://article.tcdcconnect.com/?p=23655</guid>
		<description><![CDATA[[ May 17, 2012 10:00 am to May 20, 2012 8:00 pm. ] 

เวลา วันที่ 17-20 พฤษภาคม  2555 &#124; 10.00 – 20.00 น
 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

จัดสถานที่แบ่งเป็น 4 โซน ซึ่งจำลองจากพื้นที่ของวัด โดยภายใน
 โซนที่ 1 "ลานโพธิ์" จำลองบรรยากาศงานวัดในรูปแบบที่ทันสมัยและแฝงด้วยธรรม
 โซนที่ 2 "ลานธรรม" เวทีการแสดง การบรรยายเสวนา ธรรมะร่วมสมัย
 โซนที่ 3 "ศาลาราย" ประกอบด้วยพื้นที่นิทรรศการและบูธของภาคีองค์กรชาวพุทธ
 โซนที่ 4 "มหาวิหาร" เวทีขนาดใหญ่ สำหรับแสดงธรรม สวดมนต์ภาวนา และการจัดการแสดง 
 ซึ่งจะแบ่งกิจกรรมหลักๆ เป็น 4 ด้านสำคัญ คือ กิจกรรมการให้ความรู้ทางด้านหลักธรรม กิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติภาวนา กิจกรรมส่งเสริมการบำเพ็ญทาน และกิจกรรมส่งเสริมความสนใจ ใฝ่ศึกษาเรียนรู้พระพุทธศาสนา
 ผังจัดงาน คลิกที่นี่

ตารางกิจกรรม
 ตารางกิจกรรม วันพฤหัสที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table class="text_normal"><tr><td class="ec3_start">May 17, 2012 10:00 am</td><td class="ec3_to">to</td><td class="ec3_end">May 20, 2012 8:00 pm</td></tr></table><br><p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/wat-loey.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23656" title="wat-loey" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/wat-loey.jpg" alt="" width="578" height="434" /></a></p>
<p>เวลา วันที่ 17-20 พฤษภาคม  2555 | 10.00 – 20.00 น<br />
 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน</p>
<p><strong>จัดสถานที่แบ่งเป็น 4 โซน ซึ่งจำลองจากพื้นที่ของวัด โดยภายใน</strong><br />
 <span style="color: #cc9900;">โซนที่ 1 &#8220;ลานโพธิ์&#8221; จำลองบรรยากาศงานวัดในรูปแบบที่ทันสมัยและแฝงด้วยธรรม<br />
 โซนที่ 2 &#8220;ลานธรรม&#8221; เวทีการแสดง การบรรยายเสวนา ธรรมะร่วมสมัย<br />
 โซนที่ 3 &#8220;ศาลาราย&#8221; ประกอบด้วยพื้นที่นิทรรศการและบูธของภาคีองค์กรชาวพุทธ<br />
 โซนที่ 4 &#8220;มหาวิหาร&#8221; เวทีขนาดใหญ่ สำหรับแสดงธรรม สวดมนต์ภาวนา และการจัดการแสดง</span> <br />
 ซึ่งจะแบ่งกิจกรรมหลักๆ เป็น 4 ด้านสำคัญ คือ กิจกรรมการให้ความรู้ทางด้านหลักธรรม กิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติภาวนา กิจกรรมส่งเสริมการบำเพ็ญทาน และกิจกรรมส่งเสริมความสนใจ ใฝ่ศึกษาเรียนรู้พระพุทธศาสนา<br />
 <strong>ผังจัดงาน </strong><span style="text-decoration: underline;"><a href="http://www.bia.or.th/ebook/buddhajayanti/PlanForSujibat.pdf" target="_blank"><span style="color: #cc9900;">คลิกที่นี่</span></a></span></p>
<p><strong>ตารางกิจกรรม</strong><br />
 <span style="text-decoration: underline;"><a href="http://www.buddhaleela.org/en/fair-program/36-program/106--17-2555.html" target="_blank"><span style="color: #cc9900;">ตารางกิจกรรม วันพฤหัสที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕</span></a></span><br />
 <span style="text-decoration: underline;"><a href="http://www.buddhaleela.org/en/fair-program/36-program/107--18-2555.html" target="_blank"><span style="color: #cc9900;">ตารางกิจกรรม วันศุกร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕</span></a></span><br />
 <a href="http://www.buddhaleela.org/en/fair-program/36-program/108--19-2555.html" target="_blank"><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #cc9900;">ตารางกิจกรรม วันเสาร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕</span></span></a><br />
 <span style="text-decoration: underline;"><a href="http://www.buddhaleela.org/en/fair-program/36-program/109--20-2555.html" target="_blank"><span style="color: #cc9900;">ตารางกิจกรรม วันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕<br />
 </span></a></span><br />
 <strong>ทั้งนี้ กิจกรรมหลักในมหกรรมลานโพธิ์  ตอนงานวัดลอยฟ้า แบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ</strong><br />
 &#8211; การให้ความรู้ทางด้านหลักธรรม,  กิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติภาวนา กิจกรรมส่งเสริมการบำเพ็ญทาน  และส่งเสริมความสนใจ ใฝ่ศึกษาเรียนรู้พระพุทธศาสนา ประกอบด้วย  นิทรรศการชุดพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร และเราจะนำมาใช้ในชีวิตได้อย่างไร<br />
 &#8211; การสวดมนต์สาธยายและภาวนา 9 คาถาปฐมโพธิกาล<br />
 &#8211; การแสดงธรรม นำภาวนา  และอภิปรายสนทนาธรรม โดยครูบาอาจารย์จากหลากหลายสำนัก อาทิ พระอาจารย์มานพ  อุปสโม, พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล, พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ,  พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก, พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี และพระมหาสมปอง  ตาลปุตโต<br />
 &#8211; การสอนเจริญสติภาวนา ด้วยรูปแบบต่างๆ จากสำนักสอนชั้นนำ ได้แก่  ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย, คณะศิษย์หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ,  มูลนิธิหมู่บ้านพลัม ประเทศไทย, เครือข่ายชีวิตสิกขา และอื่นๆ  <br />
 รวมทั้ง<strong><span style="color: #cc9900;">กิจกรรมใส่บาตรพระภิกษุ 100 รูป บน SkyWalk ทุกเช้าวันที่ 17-20  พ.ค. เวลา 08.00 น.</span></strong></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 668px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;"><strong>ผังจัดงาน </strong><span style="text-decoration: underline;"><a href="http://www.bia.or.th/ebook/buddhajayanti/PlanForSujibat.pdf" target="_blank"><span style="color: #cc9900;">คลิกที่นี่ </span></a></span><strong><br />
 </strong></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://article.tcdcconnect.com/events/temple-in-the-cloud-2012/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นิทรรศการผลงานสร้างสรรค์กรุงเทพ ครั้งที่ 1” (1st Bangkok Creative Exhibition)</title>
		<link>http://article.tcdcconnect.com/events/1st-bangkok-creative-exhibition-may</link>
		<comments>http://article.tcdcconnect.com/events/1st-bangkok-creative-exhibition-may#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 04:29:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sureerat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[academic]]></category>
		<category><![CDATA[creative]]></category>
		<category><![CDATA[exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[thesis]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://article.tcdcconnect.com/?p=23601</guid>
		<description><![CDATA[
เวลา วันที่ 15 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน 2555 &#124; 10.00 – 19.00 น
พิธีเปิด วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2555 เวลา 18.00 น.
สถานที่ หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท
ศูนย์สร้างสรรค์และหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัด “นิทรรศการผลงานสร้างสรรค์กรุงเทพ ครั้งที่ 1” (1st Bangkok Creative Exhibition) ร่วมกับ หอศิลป์ g23 ศูนย์ศิลปกรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ ศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างพื้นที่ในการเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นผลงานทางวิชาการจากสาขาศิลปะและการออกแบบ จากอาจารย์มหาวิทยาลัย เพื่อสื่อองค์ความรู้ต่อสาธารณชนด้วยตัวผลงานสร้างสรรค์ที่ผลิตผ่านความคิดสร้างสรรค์โดยตรงอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งแตกต่างไปจากเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ และผลงานวิจัยที่ถูกจัดขึ้นในหลากหลายเวทีในปัจจุบัน
When  15 May &#8211; 15 June  2012   &#124; 10.00 &#8211; 19.00
The opening [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/529680_436132836404243_226413047376224_1761408_855121421_n1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23611" title="529680_436132836404243_226413047376224_1761408_855121421_n" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/529680_436132836404243_226413047376224_1761408_855121421_n1.jpg" alt="" width="480" height="676" /></a></p>
<p><span style="color: #000000;">เวลา วันที่ 15 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน 2555 | 10.00 – 19.00 น<br />
พิธีเปิด วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2555 เวลา 18.00 น.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">สถานที่ หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ศูนย์สร้างสรรค์และหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัด “นิทรรศการผลงานสร้างสรรค์กรุงเทพ ครั้งที่ 1” (1st Bangkok Creative Exhibition) ร่วมกับ หอศิลป์ g23 ศูนย์ศิลปกรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ ศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างพื้นที่ในการเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นผลงานทางวิชาการจากสาขาศิลปะและการออกแบบ จากอาจารย์มหาวิทยาลัย เพื่อสื่อองค์ความรู้ต่อสาธารณชนด้วยตัวผลงานสร้างสรรค์ที่ผลิตผ่านความคิดสร้างสรรค์โดยตรงอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งแตกต่างไปจากเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ และผลงานวิจัยที่ถูกจัดขึ้นในหลากหลายเวทีในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;">When  15 May &#8211; 15 June  2012   | 10.00 &#8211; 19.00<br />
The opening reception: Friday, May 18, 18.00</span></p>
<p><span style="color: #000000;">Where  Bangkok University Gallery, City Campus.</span></p>
<p><span style="color: #000000;">Bangkok University Creativity Center (BUCC) and the Bangkok University Gallery (BUG) will organize “The 1st Bangkok Creative Exhibition” in cooperation with g23 Gallery at the Art Center of Thailand, Srinakharinwirot University and the Art Center at Center of Academic Resources, Chulalongkorn University, to create a space for the showcase of creative academic works in art and design from various universities, hoping to deliver knowledge directly to the public through concrete creative objects, unlike other research presentations and academic conferences commonly found in today’s academic world.</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://article.tcdcconnect.com/events/1st-bangkok-creative-exhibition-may/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การอบรม พลิกมุมใหม่-ไทยสร้างสรรค์ (ภาคกลาง)</title>
		<link>http://article.tcdcconnect.com/events/ismed-training-bkk12-may</link>
		<comments>http://article.tcdcconnect.com/events/ismed-training-bkk12-may#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 10:40:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sureerat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[creative]]></category>
		<category><![CDATA[product-design]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[training]]></category>
		<category><![CDATA[workshop]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://article.tcdcconnect.com/?p=23603</guid>
		<description><![CDATA[
เวลา วันที่ 23 &#8211; 24 พฤษภาคม 2555 (ค้างคืน)
สถานที่ ห้องเนโร ชั้น 3 อาคาร 2 โรงแรมบางกอกชฏา (ถนนรัชดาภิเษก)
กิจกรรมการอบรมให้ความรู้ และนิทรรศการสัญจร เพื่อจุดประกายการสร้างผลิตภัณฑ์ ขอเชิญนักออกแบบงานสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ ซึ่งใช้อัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นทุนปัญญาต้นความคิดในการสร้างผลิตภัณฑ์เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเรียนรู้ เข้าใจ และใช้อัตลักษณ์อย่างสร้างสรรค์
ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการอบรม รวมทั้งฟรีค่าที่พักและอาหาร 2 วัน 1 คืน
สนใจสมัคร-สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ คุณสิริพร/คุณจิราภรณ์ โทร. 02-564-4000 ต่อ 4000, โทร 082-4502632-33
ตารางและหัวข้อการอบรมและ workshop
วันที่ 23 พฤษภาคม 255 (วันแรก)
เวลา 8.30 &#8211; 12.00 น.
- ความคิดสร้างสรรค์ สร้างกันอย่างไร : การออกแบบสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการคิดอย่างเป็นระเบียบ
เวลา 13.00 &#8211; 21.00 น
- &#8220;ต้นตอความคิดสร้างสรรค์ สรรมาจากไหน&#8221; : [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/AW_ISMED_BC_BKK-02.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23608" title="AW_ISMED_BC_BKK-02" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/AW_ISMED_BC_BKK-02.jpg" alt="" width="578" height="541" /></a></p>
<p><span style="color: #000000;">เวลา วันที่ 23 &#8211; 24 พฤษภาคม 2555 (ค้างคืน)<br />
สถานที่ ห้องเนโร ชั้น 3 อาคาร 2 โรงแรมบางกอกชฏา (ถนนรัชดาภิเษก)</span></p>
<p><span style="color: #000000;">กิจกรรมการอบรมให้ความรู้ และนิทรรศการสัญจร เพื่อจุดประกายการสร้างผลิตภัณฑ์ ขอเชิญนักออกแบบงานสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ ซึ่งใช้อัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นทุนปัญญาต้นความคิดในการสร้างผลิตภัณฑ์เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเรียนรู้ เข้าใจ และใช้อัตลักษณ์อย่างสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการอบรม รวมทั้งฟรีค่าที่พักและอาหาร 2 วัน 1 คืน<br />
สนใจสมัคร-สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ คุณสิริพร/คุณจิราภรณ์ โทร. 02-564-4000 ต่อ 4000, โทร 082-4502632-33</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>ตารางและหัวข้อการอบรมและ workshop<br />
</strong>วันที่ 23 พฤษภาคม 255 (วันแรก)<br />
เวลา 8.30 &#8211; 12.00 น.<br />
- ความคิดสร้างสรรค์ สร้างกันอย่างไร : การออกแบบสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการคิดอย่างเป็นระเบียบ<br />
เวลา 13.00 &#8211; 21.00 น<br />
- &#8220;ต้นตอความคิดสร้างสรรค์ สรรมาจากไหน&#8221; : แจกแจงข้อมูลอัตลักษณ์ แสงดความคิดสร้างสรรค์<br />
- &#8220;จากความคิดสร้างสรรค์ สู่แนวคิดผลิตภัณฑ์&#8221; : ฝึกปฏิบัติสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ด้วยเครื่องมือในการแตกแนวคิดผลิตภัณฑ์</span></p>
<p><span style="color: #000000;">วันที่ 24 พฤษภาคม 255 (วันที่)<br />
เวลา 8.30 -12.00 น.<br />
- &#8220;ขั้นตอนการกำหนดกลยุทธ์การออกแบบผลิตภัณฑ์&#8221; : สร้างโอกาสด้วยการเสนอกลยุทธ์การออกแบบผลิตภัณฑ์จากอัตลักษณ์ไทย<br />
- &#8220;การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การออกแบบ&#8221; : ฝึกปฏิบัติการด้วยเครื่องมือในการคิดกรองความคิด เพื่อสร้างโอกาสเหนือคู่แข่งในระยะยาว</span></p>
<p><span style="color: #000000;">เวลา 13.00-17.00 น.<br />
&#8220;การสร้างภาพลักษณ์ และตราสินค้า&#8221; : ทำความเข้าใจและฝึกปฏิบัติการค้นหาองค์ประกอบสำคัญหัวใจของการกำหนดภาพลักษณ์และตราสินค้า</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://article.tcdcconnect.com/events/ismed-training-bkk12-may/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขุดค้นโลกแห่งการทำงานของสมยศ หาญอนันทสุข ศิลปินไทยในต่างแดน</title>
		<link>http://article.tcdcconnect.com/articles/inspiration-somyot</link>
		<comments>http://article.tcdcconnect.com/articles/inspiration-somyot#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 08:08:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Asira</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Abstract Expressionism]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Art Business]]></category>
		<category><![CDATA[Art Dealer]]></category>
		<category><![CDATA[Artist]]></category>
		<category><![CDATA[gallery]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Museum]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://article.tcdcconnect.com/?p=23544</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง อาศิรา พนาราม
คุณสมยศ หาญอนันทสุข อดีตแกะดำของมหาวิทยาลัยศิลปะในประเทศ ผู้ได้ทุนไปศึกษาต่อที่เยอรมนี จนลงหลักปักฐานใช้กว่าครึ่งชีวิตในแดนเยอรมนีใต้ สร้างผลงานแนวนามธรรม (Abstract) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะในเยอรมนีและยุโรป ด้วยงานจิตรกรรมที่ใช้เทคนิคพื้นฐาน แต่มีเนื้อหาก้าวหน้า ไร้ขอบเขตสะท้อนตัวตน และประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน อีกทั้งยังเปิดกว้างให้ผู้ดูได้สร้างสัมพันธ์กับงานอย่างไม่จำกัด งานที่เป็น “ของจริง” นี้จึงมีฐานผู้ชื่นชอบอยู่มาก จนทำให้คุณสมยศ “อยู่ได้” ในฐานะศิลปินเต็มตัว ในวงการที่มีการแข่งขันสูง แต่บนเส้นทางนี้คุณสมยศว่า “ไม่มีทางลัด” และเขากำลังจะแบ่งปันประสบการณ์บนถนนสายศิลปิน และปัจจัยต่างๆ ที่เกื้อหนุนวงการศิลปะให้เราฟัง

งานยุคก่อนและงานปัจจุบันของคุณสมยศแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มีจุดเปลี่ยนอะไรจึงมาลงเอยที่ศิลปะแบบแอ็บสแทรค 
ผมเริ่มงานที่ดูเครียดๆ แรงๆ ตั้งแต่ช่วงปี 1970 ตอนนั้นผมอายุ 20 ต้นๆ ทุกคนทำงานจากสภาพของตัวเอง สมัยก่อนงานเครียดเพราะตัวผมเองเครียด ผมทำปัญหาที่ผมมีอยู่ในสมัยนั้น พอคนเราโตขึ้น มีประสบการณ์ ได้เคลียร์ปัญหาของตัวเอง งานก็เปลี่ยนไป ทุกวันนี้ผมไม่มีปัญหาแบบนั้นแล้ว ใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่ชอบยึดติด แม้แต่การทำงานผมก็ไม่ยึด ถ้าเสร็จไปแล้ว ผมก็ถือว่าจบไป เวลาผมทำงานชิ้นใหม่ ผมจะเริ่มต้นทุกอย่างใหม่
สมัยก่อน งานผมถือว่าเป็นงานแรงที่ไม่ค่อยมีใครทำออกมา พอทำก็มีคนยอมรับ เราจึงยึดสไตล์นั้นเรื่อยมา คิดว่าไม่ควรเปลี่ยน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่อง อาศิรา พนาราม</p>
<p>คุณสมยศ หาญอนันทสุข อดีตแกะดำของมหาวิทยาลัยศิลปะในประเทศ ผู้ได้ทุนไปศึกษาต่อที่เยอรมนี จนลงหลักปักฐานใช้กว่าครึ่งชีวิตในแดนเยอรมนีใต้ สร้างผลงานแนวนามธรรม (Abstract) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะในเยอรมนีและยุโรป ด้วยงานจิตรกรรมที่ใช้เทคนิคพื้นฐาน แต่มีเนื้อหาก้าวหน้า ไร้ขอบเขตสะท้อนตัวตน และประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน อีกทั้งยังเปิดกว้างให้ผู้ดูได้สร้างสัมพันธ์กับงานอย่างไม่จำกัด งานที่เป็น “ของจริง” นี้จึงมีฐานผู้ชื่นชอบอยู่มาก จนทำให้คุณสมยศ “อยู่ได้” ในฐานะศิลปินเต็มตัว ในวงการที่มีการแข่งขันสูง แต่บนเส้นทางนี้คุณสมยศว่า “ไม่มีทางลัด” และเขากำลังจะแบ่งปันประสบการณ์บนถนนสายศิลปิน และปัจจัยต่างๆ ที่เกื้อหนุนวงการศิลปะให้เราฟัง</p>
<p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/art.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23546" title="art" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/art.jpg" alt="" width="578" height="370" /></a><br class="spacer_" /></p>
<p><strong>งานยุคก่อนและงานปัจจุบันของคุณสมยศแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มีจุดเปลี่ยนอะไรจึงมาลงเอยที่ศิลปะแบบแอ็บสแทรค</strong><strong> </strong></p>
<p>ผมเริ่มงานที่ดูเครียดๆ แรงๆ ตั้งแต่ช่วงปี 1970 ตอนนั้นผมอายุ 20 ต้นๆ ทุกคนทำงานจากสภาพของตัวเอง สมัยก่อนงานเครียดเพราะตัวผมเองเครียด ผมทำปัญหาที่ผมมีอยู่ในสมัยนั้น พอคนเราโตขึ้น มีประสบการณ์ ได้เคลียร์ปัญหาของตัวเอง งานก็เปลี่ยนไป ทุกวันนี้ผมไม่มีปัญหาแบบนั้นแล้ว ใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่ชอบยึดติด แม้แต่การทำงานผมก็ไม่ยึด ถ้าเสร็จไปแล้ว ผมก็ถือว่าจบไป เวลาผมทำงานชิ้นใหม่ ผมจะเริ่มต้นทุกอย่างใหม่</p>
<p>สมัยก่อน งานผมถือว่าเป็นงานแรงที่ไม่ค่อยมีใครทำออกมา พอทำก็มีคนยอมรับ เราจึงยึดสไตล์นั้นเรื่อยมา คิดว่าไม่ควรเปลี่ยน แต่มันเป็นความเข้าใจผิด ในที่สุดผมก็เจอปัญหา เพราะการยึดเป็นการทำงานที่ผิดอย่างยิ่ง เวลาที่มันเลยไปแล้ว พอพยายามย้อนก็ผิดธรรมชาติ ทุกอย่างมันเลยขัด วันหนึ่งผมก็จนมุม ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ ตอนนั้นผมอายุประมาณ 30 กว่าๆ ไปตันจริงๆ ตอนใกล้ 40 ชีวิตรวนไปหมด ทำให้มีช่วงหนึ่งผมอยากเลิกทำงาน หยุดได้พักหนึ่งก็รู้ว่าเลิกไม่ได้ ก็คิดว่าก็ทำไปแล้วกัน จะออกมาอย่างไรก็ช่าง ยอมรับ ผมคิดว่าวันที่ผมตัดสินใจเลิกทำงาน ผมคงไปละสิ่งที่ยึดไว้ ในตอนนั้นผมไม่รู้หรอก แต่หลังจากนั้นงานผมเริ่มเปลี่ยน และเป็นอิสระขึ้น ผมก็เริ่มพัฒนาสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนว่าเราก้าวสู่ถนนสายใหม่ และทำความเข้าใจกับเส้นทางใหม่ แล้วมันก็มาจนถึงทุกวันนี้</p>
<p>ไม่ใช่ว่ามันเป็นขึ้นมาทีเดียว ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเป็นอย่างนี้ หลังจากนั้นผมคิดว่า ไม่ว่าอะไรก็ตาม การทำงานหรือการใช้ชีวิต ไม่ควรไปยึดถืออดีต ควรจะอยู่กับเวลาปัจจุบัน งานผมจึงเปลี่ยนตลอด บางทีมันกระโดดเลย จนผมเองยังแปลกใจ</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><strong>แล้วงานในเส้นทางนี้ คุณสมยศมีการเล่าเรื่องอะไร</strong><strong>?</strong></p>
<p>ถ้าพูดถึงการเล่าเรื่องให้คนเข้าใจ ผมไม่มี แต่ผมเล่านะ ผมเล่าอะไรบางอย่าง มันมีฟอร์ม มีสี มีสตรัคเจอร์ มีเทกซ์เจอร์อยู่ในนั้น มีตั้งแต่ต้นจนจบ สิ่งที่ผมเล่ามันไม่มีเรื่องที่ทุกคนเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น เรื่องคน สังคม หรือการเมือง ไม่มีแบบนั้น ฉะนั้นคนดูต้องไปสัมพันธ์กับการเล่าเรื่องของผมในอีกแบบหนึ่ง</p>
<p>คนทุกคนมีโลกของเขาที่คนอื่นไม่รู้จัก ในการทำงานผมก็มีโลกอยู่โลกหนึ่ง ผมพยายามทำสิ่งที่อยู่ในโลกนี้ ให้เป็นภาพขึ้นมา ให้มองเห็นได้ด้วยสายตา และรู้สึกมัน โลกนี้ถ้าเราไม่ไปจำกัดขอบเขต มันกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุดเลยนะ ผมเองอยากรู้ว่าโลกใบนี้มีอะไรบ้าง ก็ไปขุดสมบัติ เหมือนนักโบราณคดีที่ไปขุดของเก่าในประวัติศาสตร์ เขาก็มีความรู้ว่าถ้าไปตรงนี้จะเจออะไรบ้าง และทำให้มันชัดเจนขึ้นมา นั่นแหละคือการทำงานของผมทุกวันนี้</p>
<p>เรียกว่าเป็นการทำความรู้จักกับตัวของผมเอง อยากรู้ว่าเรามีความสามารถทำอะไร อยากรู้ว่าเราทำไปเรื่อยๆ เราจะเจอกับอะไรที่เรียกว่าเป็นเซอร์ไพรซ์ให้กับตัวเอง ผมทำงานให้ตัวเองก่อน เมื่อไหร่ที่คนไปสัมผัสได้ ก็ถือว่าผมทำให้กับคนอื่นด้วย เพราะไม่ใช่ทุกคนมาดูงานแล้วจะสัมพันธ์กับมันได้ เพราะบางคนเขาก็ไม่ชอบงานแบบนี้</p>
<p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/art4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23549" title="art4" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/art4.jpg" alt="" width="578" height="300" /></a><br class="spacer_" /></p>
<p><strong>แล้วในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้ดูและงานศิลปะ</strong><strong> </strong><strong>ในฐานะที่คุณเป็นผู้ทำงานนี้ขึ้นมา มีความคาดหวังอะไรไหม</strong><strong> </strong></p>
<p>ไม่ครับ ไม่เลย เขาจะตีความอย่างไรเป็นอิสระของเขา งานศิลปะเป็นเรื่องอิสระ ผมไม่กำหนดอะไรทั้งนั้น ผมพรีเซนท์อะไรบางอย่างเท่านั้น ความจริงผมพรีเซนท์ให้กับตัวผมเองด้วยซ้ำ และผมว่าคนทำงานก็คิดอย่างนี้ทั้งนั้น ถ้าเขาทำเพื่อที่จะสอนอะไรคนอื่น เขาก็ทำเพื่อคนอื่น แต่ผมไม่ได้สอนอะไรกับใคร ถ้าถามว่างานผมอยากให้อะไรกับคนอื่น แค่เขามาดูงานผม แล้วเขาแฮปปี้สักหน่อย แค่นั้นผมก็พอแล้ว</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><strong>ปัจจัยที่จะทำให้ศิลปินสามารถที่อยู่ได้ในโลกของความเป็นจริง</strong><strong> </strong><strong>ไม่เป็นศิลปินไส้แห้ง คือ</strong><strong> </strong></p>
<p>ศิลปินไส้แห้ง หมายถึงจน จนอยู่ไม่ได้ ผมว่าคนทุกคนที่หวังดีกับตัวเองก็ต้องหาทางทำให้ตัวเองอยู่ได้ ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในทางที่ดี ผมมีเพื่อนทั้งที่มีชื่อเสียงมากและเพื่อนที่ยังต้องต่อสู้อยู่ บางคนงานดีมาก แต่ก็ขายไม่ได้ หรือขายไม่พอที่จะอยู่ ต้องไปหาจ๊อบอื่นทำ โชคดีที่ผมไม่ต้องไปจ๊อบแล้ว สมัยก่อนผมก็ต้องจ๊อบเพื่อให้อยู่รอด ผมเป็นช่างทาสี ทำอยู่ 20 กว่าปี เป็นช่างทาสีที่เก่งด้วย (หัวเราะ) มีเพื่อนสนิทคนนึง เขาจ๊อบอยู่ 3 – 4 อย่าง ไปทำกรอบรูปโบราณ สอนเด็กวาดรูป หรือทำกราฟิค ออกแบบเว็บไซท์เพื่อมีรายได้มายังชีพ เพื่อทำงานศิลปะ นี่คือข้อแตกต่างจากบ้านเราตรงที่ พอไปจ๊อบอย่างอื่นก็โดนกลืนหมด การแข่งขันที่โน่นรุนแรงกว่าที่นี่มาก แต่สนุกกว่า เพราะการต่อสู้ทำให้ตื่นตัวตลอด ศิลปินจะมีชื่อเสียงได้มีหลายสาเหตุ ศิลปินอย่างพวกผมมาร์เก็ตติ้งไม่เก่งเลย แต่บางพวกเขาก็เก่งมาก ซึ่งเขาสามารถทำให้ตัวเขาเองดังขึ้นมาได้ และขายได้ในราคาแพงๆ</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><strong>คุณสมยศไม่เก่งเรื่องมาร์เก็ตติ้ง แต่สามารถเป็นที่ยอมรับและอยู่ได้เป็นเพราะอะไร</strong><strong> </strong></p>
<p>เป็นเพราะงานดีมั้ง ผมเชียร์งานตัวเองไม่เป็น สำหรับผม กว่าจะทำงานจนอยู่ได้ไม่ต้องไปทำงานอื่น ก็ใช้เวลาเป็นสิบสิบปี อยากจะบอกว่าทำงานให้ดีเป็นสำคัญ</p>
<p>แกเลอรี่ที่เราอยู่ด้วย เขาก็มีคอนเนกชั่นลูกค้าอยู่ เชิญมาดูงาน หรือว่ามีดีลเลอร์ที่เขาไม่รู้จักผม แต่มีลูกค้าที่สนใจงาน เขาก็ติดต่อมา หรืองานขายได้เพราะลูกค้าเคยซื้องานเรา แล้วมีเพื่อนชอบก็พาเพื่อนมา หรือบางทีไปเห็นงานผมทางอินเตอร์เน็ท ก็ติดต่อมา ก็ได้ไปแสดงงานกัน มีหลายรูปแบบครับ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>แล้วในธุรกิจนี้มีกลไกอะไรที่ช่วยสนับสนุนศิลปินหรือเปล่า</strong><strong> </strong><strong>เช่น ตัวแทนศิลปะ แกเลอรี่ หรือว่าพิพิธภัณฑ์</strong><strong> </strong><strong>เขามีส่วนช่วยตรงนี้หรือเปล่า</strong><strong> </strong></p>
<p>พิพิธภัณฑ์ไม่ได้ช่วยตรงนี้ เพราะพิพิธภัณฑ์ไม่ได้สร้างศิลปิน เขามีหน้าที่ในการเก็บ และพรีเซนท์เฉยๆ เขาต้องพึ่งแกเลอรี่ในการนำงานมาแสดง ยกตัวอย่างที่เยอรมนี พิพิธภัณฑ์จะทำงานกับแกเลอรี่ที่กว้างขวาง คือมีศิลปินในเครือข่ายที่ทำงานดี มีชื่อเสียง พิพิธภัณฑ์ก็จะไปยืมหรือขอความช่วยเหลือให้ศิลปินนี้มาแสดงงาน เพราะคนที่รู้คือแกเลอรี่ หรือดีลเลอร์ เพราะเขาเป็นคนทำการซื้อขาย เขาก็จะรู้ว่างานของศิลปินคนนี้ไปอยู่ที่ไหน พิพิธภัณฑ์จึงไม่มีบทบาทโดยตรงกับการสร้างศิลปิน แต่มีทางอ้อม และมีความสำคัญมาก แกเลอรี่ต่างหาก ต้องพยายามสร้างศิลปิน เมื่อใดที่ศิลปินในสังกัดเขาดังขึ้นมา เขาก็มีรายได้มากขึ้นไปด้วย เพราะฉนั้น แกเลอรี่ที่มีศักยภาพ เขาสามารถสร้างศิลปิน สร้างชื่อให้กับศิลปินได้ ด้วยการผลักดัน โปรโมท ทำข่าว แต่ว่าไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกแกเลอรี่นะครับ เป็นส่วนน้อยที่เขาทำอย่างนี้ได้ สำหรับผม แกเลอรี่เหล่านี้เขาก็มีความเป็นศิลปินเหมือนกัน ต้องใช้ความสามารถที่จะทำอย่างนี้ได้</p>
<p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/art22.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23551" title="art2" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/art22.jpg" alt="" width="578" height="320" /></a><br class="spacer_" /></p>
<p><strong>ในเมืองไทยคุณสมยศคิดว่า มีอะไรที่เป็นข้อด้อยสำหรับการเติบโตของวงการศิลปะ ที่ทำให้ศิลปินอยู่ยาก</strong><strong> </strong></p>
<p>ข้อด้อยของบ้านเราที่เป็นปัญหาใหญ่มากคือ บ้านเราไม่มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือมี แต่ก็ไม่มีคอลเลกชั่น ไม่มีพิพิธภัณฑ์ให้คนไปศึกษาและสัมผัส ผมขอพูดถึงในเยอรมนี ที่นั่นมีทุกเมือง เมืองเล็กๆ ยังมีเลย แต่เมืองไทยไม่มี ที่นั่นแม้แต่เด็กอนุบาล เขาก็พาไปพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะมีมุมให้เด็กๆ ทำกิจกรรม เด็กๆ ก็จะได้สัมผัสกับงานศิลปะตั้งแต่ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง นี่คือการปลูกฝัง แม้โตขึ้นเขาจะไม่ได้สนใจด้านศิลปะ แต่อย่างไรก็ตามมันต้องมีอะไรติดอยู่ สังเกตว่าที่โน่น บ้านทุกบ้านเขาต้องติดรูปงานศิลปะ  ไม่ว่ารูปอะไรก็ตาม มันเป็นวัฒนธรรมของเขา บ้านเราไม่มี ไม่มีการปลูกฝัง นี่เป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเราคือ ผู้นำไม่มีความสนใจ ไม่ให้ความสำคัญทางด้านนี้ ซึ่งอันนี้มันบอกคุณภาพของประเทศและคุณภาพของคนนะ มันเป็นการให้การศึกษากับคน บ้านเราไม่มีพื้นฐาน แม้แต่มารยาทในการเข้าชมงานศิลปะ เรายังไม่มีเลย ที่ยุโรปคนเขาเข้าพิพิธภัณฑ์ เขาจะรู้ และนี่ก็มีผลต่อวงการศิลปะ พิพิธภัณฑ์เป็นต้นสายที่สำคัญของวงการนี้</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><strong>ความสำคัญของคอลเลกชั่นที่พิพิธภัณฑ์ต้องมี</strong><strong> </strong></p>
<p>พิพิธภัณฑ์ต้องมีคอลเลกชั่นที่น่าสนใจ เพื่อเรียกคน อีกทั้งต้องพรีเซนท์งานดี ถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนอยากดู เหมือนทำอาหาร อาหารที่ดีไม่ใช่แค่อิ่ม แต่ต้องอร่อย รสชาติไม่ซ้ำกัน</p>
<p>ฉะนั้น ต้องมีฝ่ายบริหารที่คอยทำกิจกรรมให้น่าสนใจด้วย ยกตัวอย่างที่มิวนิค มีพิพิธภัณฑ์เยอะมาก มีอยู่พิพิธภัณฑ์หนึ่งซึ่งช่วงแรก แทบไม่มีคนเข้าไปเดินเลย แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ ผมไม่เข้าไปแล้ว เพราะคนเยอะมาก มันขึ้นอยู่กับคนบริหาร สมัยก่อนเขาคิดว่าแค่มีตัวอาคาร มีงานแขวนก็คือพิพิธภัณฑ์แล้ว แต่มันไม่ใช่แค่นั้น มันต้องมีอย่างอื่น อย่างมิวเซียมชอป ร้านหนังสือ หรือร้านกาแฟ แต่ก่อนไม่มี มันมาจากผู้อำนวยการแต่ละคนที่เขามีไอเดียดี เขาก็สามารถทำให้พิพิธภัณฑ์เป็นที่ที่ทุกคนอยากมา</p>
<p><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/art3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23548" title="art3" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/05/art3.jpg" alt="" width="578" height="300" /></a><br class="spacer_" /></p>
<p><strong>ครั้งหนึ่งคุณสมยศเคยหันหลังให้กับวงการศึกษา </strong><strong>(</strong><strong>ไทย</strong><strong>) </strong><strong>มาวันนี้</strong><strong> </strong><strong>คุณได้รับหน้าที่การสอนเป็นครั้งราว</strong><strong> </strong><strong>คุณสมยศให้อะไรกับคนที่มาเรียน</strong><strong> </strong></p>
<p>ต้องบอกก่อนว่าคนที่มาเรียนกับผมเป็นผู้ใหญ่ มีทุกวัย เรียนเป็นฮอบบี้ ผมไม่ได้สอนอะไรเขาเลยนะ ผมว่าทุกคนน่ะทำงานศิลปะกันเป็นอยู่แล้ว ผมเพียงแต่ให้ความมั่นใจว่าเขาทำงานได้ และสิ่งที่เขาทำออกมามันดีแล้ว เพียงแต่เขาต้องฝึกฝนให้มันดีกว่านั้น ให้เขาทำในสิ่งที่เขามีอยู่ อย่าพยายามทำให้เหมือนคนอื่น ผมเป็นที่ปรึกษาช่วยนำให้เขาเห็นว่าอะไรสำคัญ ไม่สำคัญ อะไรขาด อะไรต้องเพิ่ม วิธีของผมไม่ได้สอนให้เขาเขียนรูป แต่สอนให้เขารู้จักตัวของเขาเอง เหมือนผมทำงาน ผมเพียงแค่ทำความรู้จักกับตัวผม มันไม่ได้มีอะไรเกินไปกว่านั้น และถ้ารู้จักกับตัวเองได้ แค่นั้นก็พอแล้ว เป็นที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้แล้ว ในตัวเรานี่แหละเป็นขุมทรัพย์อันมหาศาล นำเสนอตัวเองและแลกเปลี่ยนกับคนอื่น แต่ละคนมีความเป็นตัวเองที่แตกต่างกัน ถ้าเราไปถึงจุดนั้นกันทุกคน โลกใบนี้ก็คงเป็นโลกที่วิเศษและสนุกมาก</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>* ติดตามชมนิทรรศการของคุณสมยศ หาญอนันทสุข ได้ที่หอศิลป์ g23 ศูนย์ศิลปกรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ &#8211; 29 กรกฎาคม 2555</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://article.tcdcconnect.com/articles/inspiration-somyot/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Infographic เทรนด์มาแรงในสังคม “เครือข่ายนิยม”</title>
		<link>http://article.tcdcconnect.com/ideas/infographic</link>
		<comments>http://article.tcdcconnect.com/ideas/infographic#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Apr 2012 10:35:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Asira</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Ideas]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Infographic]]></category>
		<category><![CDATA[Information]]></category>
		<category><![CDATA[Information Graphic]]></category>
		<category><![CDATA[new-media]]></category>
		<category><![CDATA[Social network]]></category>
		<category><![CDATA[statistic]]></category>
		<category><![CDATA[technology]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://article.tcdcconnect.com/?p=23130</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง : อาศิรา พนาราม

ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินคำว่า “อินโฟกราฟิก” (Infographic) กันจนหูแฉะทั้งในเว็บเครือข่ายสังคมและสื่อสาธารณะทั่วไป
Infographic หรือ Information Graphic นี้คืออะไร ? หากแปลตรงตัวก็คือ ภาพหรือกราฟิกซึ่งบ่งชี้ถึงข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นสถิติ ความรู้ ตัวเลข ฯลฯ เรียกว่าเป็นการย่นย่อข้อมูลเพื่อให้ประมวลผลได้ง่ายเพียงแค่กวาดตามอง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้คนในยุคไอทีที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลซับซ้อนมหาศาลในเวลาอันจำกัด (ก่อนที่พวกเขาจะเบื่อหน่ายเสียก่อน) ด้วยเหตุนี้ “อินโฟกราฟิก” จึงเป็นเหมือนพระเอกขี่ม้าขาวผู้เข้ามาจัดการกับ “ข้อมูล-ตัวเลข-ตัวอักษร” ที่เรียงรายเป็นตับเหมือนยาขม ให้กลายร่างมาเป็นภาพที่สวยงาม



การทำอินโฟกราฟิกนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กราฟิกดีไซเนอร์ได้โชว์ทักษะด้านการสื่อสารกันแบบเต็มที่ เพราะอันที่จริงแล้ว การแปลงข้อมูลให้ออกมาเป็นภาพก็เป็นสิ่งที่คนทำกันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ภาพวาด กราฟิก กราฟรูปทรงต่างๆ ตาราง แผนที่ แผนผัง หรือไดอะแกรม แต่ทักษะทางด้านอินโฟกราฟิกนั้นจำเป็นต้องจัดระเบียบข้อมูลที่ทั้งมากและหลากหลายให้ “จบได้ในภาพเดียว”



กุหลาบของไนติงเกล อินโฟกราฟิกยุคบุกเบิก
ก่อนที่จะมาคลายข้อสงสัยกันว่า ทำไมถึงอินจัง? ลองกลับไปดูการทำงานของอินโฟกราฟิกในยุคแรกๆ กัน เราคงคิดไม่ถึงว่านอกจากฟลอเรนซ์ ไนติงเกล (Florence Nightingale) จะเป็นพยาบาลในตำนานผู้อุทิศตนดูแลคนไข้อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยแล้ว ไนติงเกลยังเป็นผู้ออกแบบอินโฟกราฟิกที่มีคุณูปการต่อการสาธารณสุข (ของทหารและชนชั้นล่าง) อย่างมหาศาล ด้วยการอุทิศเวลารวบรวมข้อมูลและออกแบบ “กุหลาบไนติงเกล” ไดอะแกรมทรงพลังระดับเปลี่ยนสังคมขึ้นมาได้

จากการได้เข้าไปดูแลทหารที่ผ่านสงครามมาในค่าย เธอพบว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #808080;">เรื่อง : อาศิรา พนาราม</span></p>
<p><span style="color: #808080;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/Infographic1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23140" title="Infographic1" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/Infographic1.jpg" alt="" width="578" height="230" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินคำว่า “อินโฟกราฟิก” (Infographic) กันจนหูแฉะทั้งในเว็บเครือข่ายสังคมและสื่อสาธารณะทั่วไป</span></p>
<p><span style="color: #000000;">Infographic หรือ Information Graphic นี้คืออะไร ? หากแปลตรงตัวก็คือ ภาพหรือกราฟิกซึ่งบ่งชี้ถึงข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นสถิติ ความรู้ ตัวเลข ฯลฯ เรียกว่าเป็นการย่นย่อข้อมูลเพื่อให้ประมวลผลได้ง่ายเพียงแค่กวาดตามอง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้คนในยุคไอทีที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลซับซ้อนมหาศาลในเวลาอันจำกัด (ก่อนที่พวกเขาจะเบื่อหน่ายเสียก่อน) ด้วยเหตุนี้ “อินโฟกราฟิก” จึงเป็นเหมือนพระเอกขี่ม้าขาวผู้เข้ามาจัดการกับ “ข้อมูล-ตัวเลข-ตัวอักษร” ที่เรียงรายเป็นตับเหมือนยาขม ให้กลายร่างมาเป็นภาพที่สวยงาม</span></p>
<table style="background-color: #cccccc;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td><span style="color: #000000;">การทำอินโฟกราฟิกนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กราฟิกดีไซเนอร์ได้โชว์ทักษะด้านการสื่อสารกันแบบเต็มที่ เพราะอันที่จริงแล้ว การแปลงข้อมูลให้ออกมาเป็นภาพก็เป็นสิ่งที่คนทำกันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ภาพวาด กราฟิก กราฟรูปทรงต่างๆ ตาราง แผนที่ แผนผัง หรือไดอะแกรม แต่ทักษะทางด้านอินโฟกราฟิกนั้นจำเป็นต้องจัดระเบียบข้อมูลที่ทั้งมากและหลากหลายให้ “จบได้ในภาพเดียว”</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="color: #000000;"><strong><span style="color: #ff0000;">กุหลาบของไนติงเกล อินโฟกราฟิกยุคบุกเบิก<br />
</span></strong>ก่อนที่จะมาคลายข้อสงสัยกันว่า ทำไมถึงอินจัง? ลองกลับไปดูการทำงานของอินโฟกราฟิกในยุคแรกๆ กัน เราคงคิดไม่ถึงว่านอกจากฟลอเรนซ์ ไนติงเกล (Florence Nightingale) จะเป็นพยาบาลในตำนานผู้อุทิศตนดูแลคนไข้อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยแล้ว ไนติงเกลยังเป็นผู้ออกแบบอินโฟกราฟิกที่มีคุณูปการต่อการสาธารณสุข (ของทหารและชนชั้นล่าง) อย่างมหาศาล ด้วยการอุทิศเวลารวบรวมข้อมูลและออกแบบ “กุหลาบไนติงเกล” ไดอะแกรมทรงพลังระดับเปลี่ยนสังคมขึ้นมาได้</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/Infographic2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23141" title="Infographic2" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/Infographic2.jpg" alt="" width="578" height="230" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">จากการได้เข้าไปดูแลทหารที่ผ่านสงครามมาในค่าย เธอพบว่า สิ่งที่คร่าชีวิตของทหารผ่านศึกได้ในจำนวนมากเท่าๆ กับทหารที่ตายในสงคราม ก็คือสภาพความเป็นอยู่ในสถานพยาบาลของทหารที่ทั้งสกปรกและแออัดยัดเยียด ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงและการสูญเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น ไนติงเกลเสนอข้อมูลนี้ต่อรัฐ แต่สถาบันชั้นสูงไม่สนใจเสียงเรียกร้องของพยาบาลตัวเล็กๆ คนหนึ่ง เธอจึงคิดค้นหาทางนำเสนอข้อมูลใหม่โดยปรึกษากับนักสถิติศาสตร์ จนในที่สุด ไนติงเกลก็สามารถออกแบบ Diagram of the Causes of Mortality ที่เปรียบเทียบส่วนต่างของจำนวนการเสียชีวิตของทหารจากเหตุสุดวิสัย และเหตุที่สามารถป้องกันได้ด้วยการสาธารณสุขที่ดีขึ้น แทนที่จะนำเสนอเป็นตารางบรรจุข้อมูลยาวเหยียด ไดอะแกรมของไนติงเกลบ่งชี้ความต่างของข้อมูลด้วยสีและขยายพื้นที่ออกจากศูนย์กลางจนดูเหมือนกลีบดอกกุหลาบ (ในเวลาต่อมาผู้คนจึงเรียกผลงานชิ้นนี้ว่า Nightingale Rose Diagram)</span></p>
<table style="background-color: #cccccc;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td><span style="color: #000000;">ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล รู้ว่าเธอมีเวลาดึงความสนใจจากผู้มีอำนาจได้ไม่มาก ฉะนั้น เธอจึงต้องนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่ทั้งดึงดูดที่สุดและเข้าใจง่ายที่สุดไปพร้อมกัน เธอเริ่มเผยแพร่ไดอะแกรมนี้สู่ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง (ไปจนถึงพระราชินีวิคตอเรียที่ก็มีโอกาสได้ทอดพระเนตร) จนในที่สุด ข้อเสนอของเธอก็ถูกรับฟัง ส่งผลให้การสาธารณสุขในค่ายทหารค่อยๆ พัฒนาดีขึ้น</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><strong><span style="color: #ff0000;">สร้างคลื่นพลังใหม่ในเครือข่ายสังคม<br />
</span></strong></span>แม้อินโฟกราฟิกจะเกิดขึ้นมาเนิ่นนานในหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่ผลักดันให้มัน “อิน” สุดๆ ได้ ณ ขณะนี้ ก็เพราะมันได้มาทำงานร่วมกับ “เครือข่ายสังคม” ที่สามารถกระจายข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายเหมือนไฟลามทุ่ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">การใช้งานอินโฟกราฟิกเพื่อสื่อสารข้อมูลที่ซับซ้อนเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปี 2005 กระแสของมันแรงขึ้นมาพร้อมๆ กับเว็บอย่าง digg และ reddit ที่รวบรวมและเผยแพร่ข่าวสารบทความด้านเทคโนโลยี มันทำงานร่วมกับเครือข่ายสังคมโดยเปิดช่องทางให้ใครก็ได้โพสต์ข้อมูลที่น่าสนใจขึ้นมา และหากโพสต์นั้นเข้าท่า สมาชิกก็จะเข้ามาช่วยกัน “ขุด” (dig) ยิ่งโพสท์ไหนมียอดขุดเยอะก็จะยิ่งขึ้นมาอยู่ด้านบนเหนือโพสต์อื่นๆ เหตุนี้ทำให้บรรดาบล็อกเกอร์นักโพสต์ต่างแข่งขันกันจัดเต็มให้กับโพสต์ของตัวเอง ใส่ลูกเล่นกันเต็มที่ทั้งภาพ ดนตรี ไฟล์วิดีโอ ฯลฯ จนในที่สุด ก็มีคนหัวใสงัดเอาอินโฟกราฟิกขึ้นมาใช้เป็นไม้ตาย ทำให้มันได้รับความนิยมและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปสู่วงการต่างๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/Infographic3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23142" title="Infographic3" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/Infographic3.jpg" alt="" width="578" height="230" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;">ในต่างประเทศ อินโฟกราฟิกถือเป็นอาวุธสำคัญของสำนักข่าวต่างๆ ใครที่ออกแบบได้เจ๋ง สวย สื่อสารดี ก็จะถือไพ่เหนือกว่า เมื่อครั้งที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2008 สำนักข่าวทุกแห่งต่างพากันออกแบบอินโฟกราฟิกเพื่อรายงานความคืบหน้า คะแนนนิยม รวมไปถึงแคมเปญหาเสียงต่างๆ ของผู้สมัคร หลายคนยังใช้อินโฟกราฟิกเพื่อช่วยอธิบายถึงนโยบาย การใช้งบประมาณ และอื่นๆ ด้วย</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/Infographic4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23143" title="Infographic4" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/Infographic4.jpg" alt="" width="578" height="230" /></a></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong><span style="color: #ff0000;">ออกแบบอย่างไรให้โดนใจ<br />
</span></strong>3 คำถามหลักที่นักออกแบบต้องตอบให้ได้ก่อนจะเริ่มทำอินโฟกราฟิกก็คือ ทำไม? อย่างไร? แล้วจะใช้งานได้ดีไหม? ซึ่งการจะสร้างอินโฟกราฟิกให้ออกมาดีนั้น นักออกแบบจำเป็นจะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจในตัวข้อมูลที่ซับซ้อน ต้องรู้ชัดถึงจุดมุ่งหมายของอินโฟกราฟิก (เช่น ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่จะสื่อสารด้วย) จากนั้นจึงค่อยหาวิธีแทนค่าตัวข้อมูลให้ปรากฏออกมาเป็นกราฟิกที่เรียบง่ายและสวยงาม ส่วนขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การวัดผลว่า อินโฟกราฟิกที่ออกแบบมานั้นสามารถตอบโจทย์ได้ตรงหรือไม่ ถ้าไม่ก็ต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ (การวัดผลด้านการใช้งานถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะอินโฟกราฟิกไม่มีสูตรตายตัว)</span></p>
<table style="background-color: #cccccc;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="color: #000000;"><strong>เคล็ดลับสำหรับสุดยอดอินโฟกราฟิก<br />
</strong>1. เรียบง่ายเข้าไว้ : จำไว้ว่าอินโฟกราฟิกที่ดูวุ่นวายยุ่งเหยิงนั้นไม่เคยใช้ได้ผล<br />
2. ตรวจสอบข้อเท็จจริง : ข้อมูลที่ผิดพลาดจะเป็นตัวบั่นทอนเครดิตของนักออกแบบมากที่สุด ฉะนั้นต้องตรวจสอบข้อมูลรวมถึงพิสูจน์อักษรให้ถูกต้องเสมอ<br />
3. ใช้สีให้เป็น : เลือกใช้สีเพื่อการสื่อสารที่ทรงพลัง ชัดเจน เข้าใจง่าย และต้องรู้จักอารมณ์ของสีให้ดี <br />
4. ใส่เฉพาะตัวเลขที่จำเป็น : ตัวเลขเยอะๆ ไม่ได้หมายถึงการให้ข้อมูลที่ดีเสมอไป หลายครั้งตัวเลขที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดความสับสนหรือสื่อสารผิดพลาดได้ <br />
5. ทำคำบรรยายให้น่าอ่าน : ลองสังเกตคำบรรยายใต้ภาพในจอโทรทัศน์เป็นตัวอย่าง เรื่องราวดีๆ จะยิ่งน่าสนใจขึ้นเมื่ออยู่กับภาพที่ดูดี<br />
6. กระชับเนื้อหาเข้าไว้ : การนำเสนอภาพกราฟิกที่ดีที่สุดต้องการแค่สาระสำคัญที่ครบถ้วนด้วยจำนวนตัวอักษรที่จำกัด<br />
7. ขนาดมีผล : สร้างงานด้วยไฟล์ที่มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แต่ยังคงคุณภาพของงานที่ชัดเจนไว้ (เพื่อที่เวลาคนดาวน์โหลดหรือนำไปเผยแพร่ต่อจะได้สะดวกรวดเร็ว)<br />
8. ลองสมัครสมาชิก Daily Infographic เพื่อหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานคุณภาพเจ๋งๆ </span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>เครดิตข้อมูล:<br />
<a href="http://www.historyandwomen.com/2011/08/florence-nightingale.html">http://www.historyandwomen.com/2011/08/florence-nightingale.html</a><br />
<a href="http://www.instantshift.com/2009/06/07/infographic-designs-overview-examples-and-best-practices/">http://www.instantshift.com/2009/06/07/infographic-designs-overview-examples-and-best-practices/</a><br />
<a href="http://www.theprcoach.com/infographics-how-to-make-them-work-best/">http://www.theprcoach.com/infographics-how-to-make-them-work-best/</a><br />
<a href="http://spyrestudios.com/the-anatomy-of-an-infographic-5-steps-to-create-a-powerful-visual/">http://spyrestudios.com/the-anatomy-of-an-infographic-5-steps-to-create-a-powerful-visual/</a></p>
<p>เครดิตภาพ: <br />
<a href="http://www.penn-olson.com/2010/01/13/10-gorgeous-social-media-infographics/">http://www.penn-olson.com/2010/01/13/10-gorgeous-social-media-infographics/</a><br />
<a href="http://wellmedicated.com/lists/40-beautiful-infographic-designs/">http://wellmedicated.com/lists/40-beautiful-infographic-designs/</a><br />
<a href="http://www.historyandwomen.com/2011/08/florence-nightingale.html">http://www.historyandwomen.com/2011/08/florence-nightingale.html</a><br />
<a href="http://elections.nytimes.com/2008/president/whos-ahead/key-states/map.html?hp">http://elections.nytimes.com/2008/president/whos-ahead/key-states/map.html?hp</a><br />
<a href="http://thailogolover.blogspot.com/2011/07/infographic-thailand-election-2011.html">http://thailogolover.blogspot.com/2011/07/infographic-thailand-election-2011.html</a><br />
<a href="http://www.coolinfographics.com/blog/tag/energy">http://www.coolinfographics.com/blog/tag/energy</a><br />
<a href="http://www.collthings.co.uk/2011/01/cool-infographics-best-designs-from.html">http://www.collthings.co.uk/2011/01/cool-infographics-best-designs-from.html</a></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://article.tcdcconnect.com/ideas/infographic/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>‘Meta Design’ สู่อารยธรรมใหม่ในการออกแบบ</title>
		<link>http://article.tcdcconnect.com/articles/meta-design</link>
		<comments>http://article.tcdcconnect.com/articles/meta-design#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Apr 2012 04:09:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Chatcharapon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Design-thinking]]></category>
		<category><![CDATA[green design]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://article.tcdcconnect.com/?p=23101</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม
“การออกแบบ” (Design) เป็นศาสตร์ที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันของมนุษย์ แต่กระนั้นสารพันปัญหาที่ยังคงรุมเร้าโลกก็ได้พิสูจน์แล้วว่า แม้นักออกแบบจะสามารถแก้ไขปัญหาหนึ่งได้ ไม่ช้าปัญหาใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมาให้ต้องแก้กันต่อไปไม่รู้จักจบสิ้น


ณ วินาทีนี้ หนึ่งในปัญหารุนแรงที่ทั่วโลกกำลังหาทางแก้ไขกันอย่างเร่งด่วนก็คือ “ปัญหาสิ่งแวดล้อม” ซึ่งแม้จะมีการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ทั้งในระดับอุตสาหกรรมจนถึงระดับครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon footprint) การรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดการใช้รถยนต์ ฯลฯ แต่สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างหนักและภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นทุกขณะก็เหมือนจะเป็นเครื่องยืนยันว่า วิธีการดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้อาการป่วยของโลกทุเลาลงแต่อย่างใด ทั้งนี้เป็นเพราะการแก้ไขปัญหาแทบทุกวิธีนั้นมีลักษณะร่วมกันอยู่สองอย่างคือ 1) เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ และ 2) ต่างคนต่างทำ


คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมก็คือ การออกแบบข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวันโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งแม้ว่าปัจจุบัน นักออกแบบจะหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นการมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะอย่างโดยไม่ได้พิจารณาถึงการแก้ไขในระดับองค์รวม ดังจะเห็นได้จากศาสตร์แห่งการออกแบบตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันที่แตกแขนงเป็นหลายสาขา อาทิ การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ การออกแบบสถาปัตยกรรม การออกแบบแฟชั่น การออกแบบกราฟฟิก ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาแบบ “แยกส่วน” อย่างชัดเจน


ฉะนั้น หากเราอยากให้การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ผลสัมฤทธิ์จริง โลกเราน่าจะต้องมีศาสตร์แห่งการออกแบบแขนงใหม่ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็น “การออกแบบการออกแบบ” (Design of Design) กล่าวคือเป็น “การออกแบบแนวคิดด้านการออกแบบทุกสาขาใหม่” (Re-designing design) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #808080;">เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม</span></p>
<p><span style="color: #000000;">“การออกแบบ” (Design) เป็นศาสตร์ที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันของมนุษย์ แต่กระนั้นสารพันปัญหาที่ยังคงรุมเร้าโลกก็ได้พิสูจน์แล้วว่า แม้นักออกแบบจะสามารถแก้ไขปัญหาหนึ่งได้ ไม่ช้าปัญหาใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมาให้ต้องแก้กันต่อไปไม่รู้จักจบสิ้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/meta01.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23211" title="meta01" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/meta01.jpg" alt="" width="578" height="300" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ณ วินาทีนี้ หนึ่งในปัญหารุนแรงที่ทั่วโลกกำลังหาทางแก้ไขกันอย่างเร่งด่วนก็คือ “ปัญหาสิ่งแวดล้อม” ซึ่งแม้จะมีการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ทั้งในระดับอุตสาหกรรมจนถึงระดับครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon footprint) การรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดการใช้รถยนต์ ฯลฯ แต่สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างหนักและภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นทุกขณะก็เหมือนจะเป็นเครื่องยืนยันว่า วิธีการดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้อาการป่วยของโลกทุเลาลงแต่อย่างใด ทั้งนี้เป็นเพราะการแก้ไขปัญหาแทบทุกวิธีนั้นมีลักษณะร่วมกันอยู่สองอย่างคือ 1) เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ และ 2) ต่างคนต่างทำ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/meta02.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23212" title="meta02" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/meta02.jpg" alt="" width="578" height="300" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมก็คือ การออกแบบข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวันโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งแม้ว่าปัจจุบัน นักออกแบบจะหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นการมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะอย่างโดยไม่ได้พิจารณาถึงการแก้ไขในระดับองค์รวม ดังจะเห็นได้จากศาสตร์แห่งการออกแบบตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันที่แตกแขนงเป็นหลายสาขา อาทิ การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ การออกแบบสถาปัตยกรรม การออกแบบแฟชั่น การออกแบบกราฟฟิก ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาแบบ “แยกส่วน” อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/meta03.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23213" title="meta03" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/meta03.jpg" alt="" width="578" height="300" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ฉะนั้น หากเราอยากให้การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ผลสัมฤทธิ์จริง โลกเราน่าจะต้องมีศาสตร์แห่งการออกแบบแขนงใหม่ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็น “การออกแบบการออกแบบ” (Design of Design) กล่าวคือเป็น “การออกแบบแนวคิดด้านการออกแบบทุกสาขาใหม่” (Re-designing design) ซึ่งนักออกแบบจะต้องยึดเป็นหลักร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับองค์รวม ยกตัวอย่างเช่น ในการออกแบบแพ็คเกจจิ้ง นักออกแบบต้องคำนึงถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนับตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหาร วิธีการทำธุรกิจ การขนส่ง การเดินทาง วิธีการบริโภค ฯลฯ แนวคิดดังกล่าวนี้เรียกว่า “Meta Design”</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/meta04.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23214" title="meta04" src="http://article.tcdcconnect.com/wp-content/uploads/2012/04/meta04.jpg" alt="" width="578" height="300" /></a><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ในการบรรยายเรื่อง “Meta Design” โดยศาสตราจารย์กิตติคุณจอห์น วู้ด จาก Goldsmiths, University of London (จัดขึ้นโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี) ได้มีการนำเสนอแนวคิดของ “Meta Design” เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์งานออกแบบและใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันแบบบูรณาการ โดยมีกรอบแนวคิดทั้งหมด 10 ประการด้วยกัน คือ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">1. Paradigm-changing <br />
 </span>Meta Design จะก้าวข้ามกรอบความคิด (paradigm) แบบเดิมๆ ไปโดยสิ้นเชิงเพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาใหม่ที่ดีกว่า โดยอาจเริ่มจากการตั้งคำถาม อาทิเช่น “เมื่อเครื่องปรับอากาศทำให้โลกร้อน ทำไมเราจึงต้องติดเครื่องปรับอากาศ?” และหากเราตอบว่าเพราะ “ร้อน” เราก็อาจถามต่อว่า “จำเป็นไหมที่อาคารต้องสร้างด้วยคอนกรีต?” เป็นต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">2. Self-steering <br />
 </span>Meta Design มีคุณสมบัติในการขับเคลื่อนตัวเอง เมื่อนำแนวคิดนี้มาลงมือปฏิบัติจะส่งผลกระทบถึงทุกภาคส่วน ทำให้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาและไม่สามารถแยกกันทำงานได้ </span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">3. Comprehensive <br />
 </span>Meta Design เป็นแนวคิดที่มองปัญหาแบบองค์รวม อาทิเช่น การวางผังเมืองต้องไม่คำนึงถึงเพียงแค่การแบ่งเมืองออกเป็นเขตที่ทำงาน เขตที่อยู่อาศัย ฯลฯ แต่ยังต้องคิดถึงรูปแบบการเดินทาง การสื่อสาร การบริโภค และอื่นๆ ด้วย ซึ่งในที่สุดแล้วมันจะทำให้เราหันกลับมาเริ่มตอบคำถามที่ว่า “ทำไมคนเราต้องเดินทางไปทำงานในเมื่อเรามีเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการทำงานที่บ้าน และการเดินทางก็ทำให้เราต้องบริโภคทรัพยากรมหาศาล?” หรือ “เมื่อรถยนต์และน้ำมันก่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำไมเราต้องเดินทางด้วยถนน มีการเดินทางรูปแบบอื่นอีกหรือไม่?”</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">4. Joined-up <br />
 </span>Meta Design ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า “Economy” ต้องสอดคล้องกับ “Ecology” โดยเข้าใจว่าแท้จริงแล้วเศรษฐกิจกับระบบนิเวศเป็นเรื่องเดียวกัน คือเป็นการมุ่งบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">5. Co-creative <br />
 </span>การออกแบบ Meta Design ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกสาขา เนื่องจากเป็นการคำนึงถึงการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">6. Present-oriented <br />
 </span>Meta Design มุ่งเน้นความสมดุลเพื่อชีวิตในปัจจุบัน มากกว่าจะเน้นการพัฒนาเพื่ออนาคตบนแนวคิดทางเศรษฐกิจแบบเดิม (ซึ่งอาจก่อให้ความเสี่ยงและการสูญเสียโดยไม่จำเป็น) ขณะเดียวกัน Meta Design ยังเน้นการมองจากมุมที่หลากหลายมากขึ้น อาทิเช่น “ขณะที่เราคิดว่าเราเป็นผู้บริโภค แท้ที่จริงเราก็เป็นผู้ผลิตด้วย”</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">7. Team-conscious <br />
 </span>Meta Design คำนึงถึงคณะผู้ทำงาน (อันหมายถึง “คน” ในทุกหน่วยสังคม) เป็นหลัก ทุกคนควรได้รับประโยชน์จากการออกแบบอย่างเสมอภาคกัน</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">8. Synergy-finding <br />
 </span>Meta Design คือ การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เมื่อเรามีระบบที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพระบบหนึ่ง ระบบนั้นก็จะแสวงหาอีกระบบที่มีประสิทธิภาพเช่นกันเพื่อทำงานด้วย และวงจรก็จะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">9. Radically optimistic <br />
 </span>แม้จะเริ่มต้นด้วยคำถามที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ แต่ Meta Design เป็นแนวคิดที่มองโลกเชิงบวกและเชื่อมั่นว่าจะต้องสามารถทำได้จริง โดยมีปรัชญาในการทำงานว่า “Unthinkable but Possible” คือเป็น “เรื่องเป็นไปไม่ได้ที่เป็นไปได้!”</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">10. Re-languaging <br />
 </span>การออกแบบ “วิธีคิด” ใหม่คือ การเปลี่ยน “ภาษา” ใหม่ ดังนั้น เมื่อพูดถึง “อาคาร” ภายใต้แนวคิด Meta Design คอนเซ็ปท์และภาพในใจของคำว่า “อาคาร” ก็อาจต่างไปจากเดิมมาก</span></p>
<table style="background-color: #cccccc;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td><strong>Our Thought :<br />
 </strong>“Meta Design” อาจฟังดูคล้ายกับแนวคิดในอุดมคติที่มีอยู่เฉพาะในโลกยูโทเปีย แต่หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์อารยธรรมมนุษย์ ความเจริญก้าวหน้าทั้งหลายก็ล้วนเกิดขึ้นจากการไม่ละทิ้งความฝันของมนุษย์เราทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อการออกแบบเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ การออกแบบก็ย่อมใช้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ด้วยเช่นกัน มันอยู่ที่นักออกแบบจะลุกขึ้นมาร่วมมือกันหรือไม่เท่านั้นเอง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="color: #000000;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://article.tcdcconnect.com/articles/meta-design/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

