บ้านพักระดับไฮเอนด์แบบยั่งยืนจากไม้ไผ่ต้นทุนต่ำกับดีไซน์ที่ไม่ธรรมดา

Madrid Rio ดีไซน์เมืองใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน

MAA Music and Art Apprentices Camp

มหกรรมลานโพธิ์ ตอน “งานวัดลอยฟ้า”

นิทรรศการผลงานสร้างสรรค์กรุงเทพ ครั้งที่ 1” (1st Bangkok Creative Exhibition)

Architecture Art Artist Book Branding business business matching Community contest&award Craft creative creative-city creative-economy creative-society Creative Business Creativities-Unfold-2011 creativity culture Design Designer Design Icon Education event exhibition fair fashion Food Green innovation inspiration Interview-old Local-wisdom marketing material music product product-design Product development Project seminar SME technology textile Trend workshop

รวมบทความ Creative Space Workshop จาก Creativities Unfold, Bangkok 2011 (CU 2011)

รวมเรื่องราว (บทความ) ของ นิทรรศการปกติศิลป์ (ART Normal) ที่(ไม่)ปกติศิลป์

รวมบทความ จับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดเชียงใหม่

โมเดลการสืบทอดธุรกิจครอบครัว

December 28, 2011

เรื่อง : พลอย  มัลลิกะมาส

ว่ากันว่าสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่หวั่นกลัวมากที่สุดก็คือคำพูดที่ว่า “ธุรกิจครอบครัวมักส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ไม่ยาวไกล” ด้วยว่าการบริหารความสัมพันธ์ในครัวเรือนให้ก้าวเดินไปพร้อมๆ กับความเติบโตทางธุรกิจนั้น…เป็นเรื่องที่ยากเย็นที่สุด

ผู้สืบทอดธุรกิจครอบครัวจึงต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมให้กับทายาทที่จะมารับทอดความเป็นเจ้าของธุรกิจในอนาคต โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การรักษาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้ผูกสมัครรักใคร่กันตราบนานเท่านาน ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจให้ก้าวไกลยั่งยืน

สิ่งที่น่าสนใจ ณ ตอนนี้ก็คือ การสืบทอดธุรกิจ (Succession in Family Business) ในเมืองไทยมีทฤษฎีและการพัฒนาเชิงธุรกิจที่ยังไม่เป็นรูปธรรมเด่นชัด จนถึงกับมีคำพูดที่ว่าธุรกิจครอบครัวในเมืองไทยขาดการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาอย่างจริงๆจังๆ มานานหลายทศวรรษ

โมเดลการสืบทอดธุรกิจครอบครัวที่เราศึกษากันส่วนใหญ่ ณ ปัจจุบันจึงเป็นตำราจากต่างชาติ โดยหนึ่งในโมเดลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ประกอบธุรกิจครอบครัวไทยก็คือ สุดยอดโมเดลการสืบทอดธุรกิจครอบครัวของ Longenecker ซึ่งถูกพัฒนาตั้งแต่ปีค.ศ.1978


ต้นแบบการสืบทอดธุรกิจครอบครัว โดย จันทิมา สมรรคะบุตร : ดัดแปลงจาก Longenecker J.G. Moore C.W., & Petty J.W. (2003)

การสืบทอดธุรกิจของครอบครัวตามทฤษฎีของ Longenecker นี้แบ่งออกได้เป็น 7 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 : ก่อนเข้าสู่ธุรกิจ
ผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจได้รับความคุ้นเคยกับธุรกิจนั้นๆ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเติบโตมากับมันตั้งแต่วัยเยาว์ โดยในสมัยเด็กมักได้ติดตามพ่อแม่ไปที่บริษัท จึงมีความใกล้ชิดคุ้นเคยและมีโอกาสได้สัมผัสกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ระยะแรกเริ่มนี้คือ ระยะการตระเตรียมทายาทในวัยเด็กก่อนเข้าสู่ธุรกิจ เปรียบเสมือนการสร้างพื้นฐานเพื่อนำไปสู่ระยะที่ชัดเจนกว่าในขั้นต่อไป

ระยะที่ 2 : การแนะนำเบื้องต้น
ระยะนี้จะรวมถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ผู้สืบทอดจะมีอายุมากพอที่จะมาทำงานกับธุรกิจครอบครัว ต่างจากระยะที่ 1 ตรงที่สมาชิกครอบครัวจะเริ่มแนะนำให้ผู้ที่มีแนวโน้มจะสืบทอดธุรกิจได้รู้จักกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้นๆ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม

ระยะที่ 3 : การแนะนำเข้าสู่การปฏิบัติงาน
ผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจจะเริ่มเข้าปฏิบัติงานเป็นพนักงานชั่วคราว (ในระหว่างหยุดเทอมหรือหลังเลิกเรียน) ในระยะนี้เด็กๆ จะพัฒนาความคุ้นเคยกับบุคคลที่เป็นหัวใจสำคัญของบริษัท หน้าที่ของเด็กๆ มักเริ่มต้นที่คลังสินค้า ฝ่ายผลิต หรือฝ่ายการตลาด แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จะได้เรียนรู้และรับประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ในการบริหารธุรกิจในอนาคตได้

ระยะที่ 4 : การปฏิบัติงาน
เมื่อผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจได้เข้าสู่การเป็นพนักงานประจำ (ซึ่งมักเกิดขึ้นภายหลังจากที่สำเร็จการศึกษาและก่อนที่จะก้าวเข้ารับตำแหน่งบริหาร) อาจเริ่มต้นด้วยการเป็นสมุห์บัญชี พนักงานขาย หรือกระทั่งเสมียน ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้รับประสบการณ์จากตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ที่หลากหลายของกิจการ

ระยะที่ 5 : การปฏิบัติงานระดับสูง
ระยะนี้จะเกี่ยวข้องกับการชี้แนะถึงการปฏิบัติงานของผู้อื่น โดยผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจจะได้รับหน้าที่ในการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานขั้นสูง แต่ยังไม่ได้บริหารงานทั้งบริษัท

ระยะที่ 6 : การรับช่วงเบื้องต้น
ในระยะที่ 6 นี้ ผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจมักได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือผู้จัดการใหญ่ของบริษัท มีหน้าที่ดูแลและอำนวยการทั่วไป โดยที่พ่อแม่ยังคอยช่วยเป็นเบื้องหลัง บทบาทผู้นำที่แท้จริงยังไม่ได้ถูกโอนถ่ายให้กับผู้มีแนวโน้มจะสืบทอดฯ ในทันทีหรือในช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เนื่องจากเขายังขาดความเชี่ยวชาญที่จะจัดการกับความซับซ้อนของบทบาทนี้ ผู้เป็นพ่อแม่จึงยังลังเลใจที่จะให้เขาตัดสินใจเองทั้งหมดในทุกเรื่อง

ระยะที่ 7 : การรับช่วงอย่างสมบูรณ์แบบ
คือ ระยะที่ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้จบลงอย่างสมบูรณ์ ผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจได้เป็นผู้บริหารทั้งในความเป็นจริงและในนาม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของระยะที่ 7 มักจะเกิดขึ้นในปีที่ 2 หรือ 3 หลังจากที่ผู้สืบทอดได้รับตำแหน่ง (สำหรับบางครอบครัวระยะนี้จะไม่เกิดขึ้นจนกว่าบรรพบุรุษรุ่นก่อนจะสิ้นชีวิต)

เครดิตข้อมูล : 
– การสืบทอดธุรกิจครอบครัว โดย จันทิมา สมรรคะบุตร , มหาวิทยาลัยกรุงเทพ – Longenecker J.G. Moore C.W., & Petty J.W. (2003)

เครดิตรูปภาพ:
http://www.bizaims.com/articles/business%20economy/family%20business%20succession%20planning
http://www.cehd.umn.edu/fsos/centers/RuralMNLife/businessTension.asp
http://www.dcfamilybusiness.com/resources/family-business-101/succession


0 Like | 0 Dislike
Post by: Ploy MallikamasCategory: Articles, Lead GraphicsComment: No >>
blog comments powered by Disqus